หน้าแรก เศรษฐกิจ คลังแจงเงิน 2...

คลังแจงเงิน 2 พันบาทช่วยกลุ่มเปราะบาง 10-20 ล้านคน แพคเกจทั้งชุด 3-4 แสนล้านล.

9.03.20 | 06:29 น.

 

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรฐกิจการคลัง(สศค.) กล่าวว่า มาตรการให้เงิน 2 พันบาทต่อประชาชน เป็นหนึ่ง 14-15 มาตรการบรรเทาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโควิด-19 ที่กระทรวงการคลังเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ซึ่งยืนยันว่าไม่ใช่การหว่านเงินเป็นการทั่วไป และไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้รับเงินดังกล่าว กลุ่มที่จะได้รับเงินเป็นกลุ่มได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจและมีความเปราะบางในการดำรงชีวิต ดังนั้นรัฐบาลจำเป็นต้องเข้าไปดูแล ซึ่งการให้เงินประชาชนไม่ได้หวังว่าจะทำให้จีดีพีโตเท่าไหร่ สิ่งที่หวังคือให้สามารถดำรงชีวิตผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้ ดังนั้นการช่วยเหลือจึงให้เพียง 2 เดือนเท่านั้นไม่ได้ให้ยาว

นายลวรณ กล่าวว่า เท่าที่ประเมินผู้ที่จะได้เงิน 2 พันบาท มี 3 กลุ่ม คือผู้มีรายได้น้อย กลุ่มเกษตรกร และอาชีพอิสระ โดยกระทรวงการคลังมีตัวเลขเบื้องต้นในส่วนของผู้มีรายได้น้อยถือบัตรสวัสดิการ 14 ล้านคน และเกษตรกรเปิดบัญชีกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์มีอยู่ 8 ล้านบัญชี นำข้อมูลดังกล่าวมาประเมินและตัดคนรายชื่อซ้ำซ้อนออกเพื่อหาว่าใครควรจะได้รับเงิน ส่วนแรงงานนอกระบบประเมินว่าจะมีประมาณ 17 ล้านคนตรงนี้ต้องดูว่าดึงแรงงานดังกล่าวเข้าระบบเพื่อรับเงินอย่างไร และต้องนำข้อมูลมาดูด้วยว่าอยู่ในกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการเท่าไหร่

“ขณะนี้ตัวเลขการให้เงิน 2 พันบาทนั้นยังไม่นิ่ง เพราะเกี่ยวข้องกับงบประมาณ ดังนั้นคงต้องหารือกันในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในวันที่ 10 มีนาคมอีกครั้ง เมื่อผ่านครม.แล้วกระทรวงการคลังต้องใช้เวลาในการจัดทำระบบ และคาดว่าเงินจะถึงมือประชาชนในเดือนเมษายน-พฤษภาคม”นายลวรณ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

นายลวรณ กล่าวว่า ไม่อยากให้มองว่าคิดอะไรไม่ออกก็แจกเงิน การแจกนั้นดำเนินการอย่างมีหลักการและคิดถึงวินัยทางการเงินการคลัง ที่นำมาตรการนี้มาใช้เพราะคนใน 3 กลุ่มนั้นกำลังเดือดร้อน ดังนั้นเงินที่ให้ไปน่าจะช่วยบรรเทาภาระในช่วงนี้ไปได้ระดับหนึ่ง และในการให้เงินเป็นการให้โดยตรง โอนเงินให้ถึงตัว โดยไม่ผ่านคนกลาง ดังนั้นมั่นใจว่าเงินดังกล่าวจะถึงมือคนที่ได้รับอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

Advertisement

นายลวรณ กล่าวว่า มั่นใจแพคเกจมาตรการบรรเทาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโควิด-19 มีทั้งแนวทางการช่วยเหลือผู้ประกอบการ เป็นสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ มาตรการด้านการเงิน มาตรการด้านภาษี มาตรการอื่น ๆ จะสามารถช่วยลดผลกระทบปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในช่วงสั้น 2-3 เดือนนับจากนี้ สิ่งที่คลังอยากเห็นคือการรักษาแรงงานไว้ ซึ่งมาตรการนำมาใช้ส่วนใหญ่มีระยะเวลาประมาณ 2 เดือน มีบางมาตรการยาวถึงปลายปี อย่างไรก็ตามหากผลกระทบโควิดยังไม่จบครม.เศรษฐกิจได้บอกไปแล้วว่าพร้อมออกมาตรการชุดใหม่มาช่วยเหลือเพิ่มเติม

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล กล่าวว่า มาตรการทั้งหมดใช้คาดว่าจะสร้างภาระงบประมาณ 1 แสนล้านบาท แบ่งเป็นแจกเงินจำนวน 10-20 ล้านคนวงเงินประมาณ 2-4 หมื่นล้านบาท ที่เหลือเป็นการชดเชยภาระ เช่น ซอฟท์โลนจากธนาคารออมสินวงเงิน 1.5 แสนล้าน รัฐบาลต้องไปชดเชยให้ธนาคารออมสิน นอกจากนี้คิดเป็นเม็ดเงินจะสูญเสียจากมาตรการภาษี และมาตการชดเชยต่างๆ เช่น ลดภาษีหัก ณ ที่จ่าย นำดอกเบี้ยมาหักลดหย่อนภาษี ให้เอสเอ็มอีนรายจ่ายค่าจ้างพนักงานมาหักค่าใช้จ่าย 3 เท่า เป็นเวลา 3 เดือน ลดค่าน้ำค่าไฟ ลดเงินสมทบประกันสังคม ลดค่าธรรมเนียมต่างๆ โดยคาดว่ามาตรการออกมาครั้งนี้มีเงินลงไปในระบบเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 3-4 แสนล้านบาท น่าจะช่วยพยุงเศรษฐกิจในระดับหนึ่ง