องค์กรการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่างๆ ทั่วโลกร่วมมือกันออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อลดผลกระทบอันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ซึ่งรวมถึงการให้เงินตรงไปยังคนงานและภาคธุรกิจ
แม้ว่าหลายประเทศจะได้ออกมาตรการลดผลกระทบและเพิ่มความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจแล้ว แต่ยังคงมีความร่วมมือและประสานงานระหว่างผู้กำกับนโยบายน้อยมาก เมื่อเทียบกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นขณะที่โลกเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2551
ความหวั่นวิตกต่อผลกระทบของไวรัสโคโรนาสะท้อนให้เห็นจากที่ตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกปรับตัวลดลงจนมูลค่าของตลาดหลายล้านล้านดอลลาร์หายไปในชั่วพริบตา เช่นเดียวกับราคาน้ำมันโลกที่ร่วงลงอย่างหนัก ซึ่งไอเอ็มเอฟชี้ว่า ภายใต้ภาวะที่เกิดความตื่นตกใจอย่างเฉียบพลันเช่นนี้ ผู้กำหนดนโยบายจำเป็นต้องดำเนินนโยบายต่างๆ แบบมีเป้าหมาย ทั้งนโยบายด้านงบประมาณ นโยบายด้านการเงิน และนโยบายเกี่ยวกับตลาดการเงิน เพื่อช่วยลดผลกระทบที่เกิดกับภาคธุรกิจและครัวเรือนต่างๆ ตั้งแต่การแจกเงิน สนับสนุนเรื่องค่าแรง การลดภาษี ลดอัตราดอกเบี้ย รวมถึงการออกมาตรการสนับสนุนจากธนาคารชาติ
การออกมาแสดงความเห็นดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้ไอเอ็มเอฟได้ออกมาเตือนว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ชะลอตัวลงต่ำกว่า 2.9% ซึ่งเป็นตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจโลกเมื่อปีที่ผ่านมา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

