นายธรรมรัตน์ กิตติสิริพัฒน์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ เปิดเผยว่า จากรายได้ของภาคการท่องเที่ยวที่แย่ลงอย่างมีนัยยะ ประกอบกับห่วงโซ่การผลิตที่ได้รับผลกระทบจากการที่จีนปิดเมือง รวมทั้งอุปสงค์ต่างประเทศและในประเทศที่อ่อนแอลง จึงปรับลดคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ไทยในปี 2563 ลงมาอยู่ที่ 0.8% จากคาดการณ์เดิมที่ 1.7% ซึ่งเป็นระดับการเติบโตของจีดีพีที่ต่ำสุดในรอบ 9 ปี นับตั้งแต่ปี 2552 โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะหดตัวในไตรมาส 1 และไตรมาส 2 ก่อนที่จะกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
นายธรรมรัตน์กล่าวว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นทำให้ตัวเลขเบื้องต้นของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางผ่าน 5 สนามบิน ได้แก่ สุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, เชียงใหม่, หาดใหญ่ และภูเก็ต ในเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา หดตัว 46% เมื่อเทียบกับปี 2562 จึงได้ปรับลดสมมติฐานจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจจดลดลงเหลือ 7.3 ล้านรายหรือลดลง 18% จากเดิมคาดว่าจะลดลงเพียง 2.2 ล้านรายหรือลดลง 5% เมื่อเทียบกับปี 2563 จึงคาดว่าจะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2563 จะอยู่ที่ระดับ 32.5 ล้านคนเท่านั้น
“สถานการณ์การท่องเที่ยวทั้งต่างชาติเที่ยวไทยและไทยเที่ยวไทยที่แย่ลง จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้มากที่สุด เนื่องจากเป็นแหล่งพื้นที่หลักของนักท่องเที่ยว โดยกว่า 80% ของเม็ดเงินการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และเกือบ 60% ของการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวไทยกระจุกตัวใน 2 ภูมิภาคดังกล่าว” นายธรรมรัตน์กล่าว
นายธรรมรัตน์กล่าวว่า นอกจากนี้ แนวโน้มเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงอย่างมีนัยยะ คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 0.25% ไม่เกินไตรมาส 2 นี้ เร็วที่สุดคาดว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในการประชุมวันที่ 25 มีนาคม 2563 หลังจากได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงไปแล้ว 0.25% ในการประชุมวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
นายธรรมรัตน์กล่าวว่า สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่กระทบจนต้องปรับลดคาดการณ์จีดีพี นอกจากโควิด-19 แล้ว ยังมาจากสถานการณ์ภัยแล้ง ความไม่สงบของสถานการณ์การเมืองในประเทศ และราคาน้ำมันทรงตัวในระดับต่ำมากเป็นเวลานาน แม้จะส่งผลบวกในด้านต้นทุนพลังงานที่ต่ำลง แต่จะส่งผลลบต่อเศรษฐกิจคู่ค้าที่พึ่งพิงรายได้จากการขายน้ำมัน อาทิ รัสเซีย ตะวันออกลาง จนเกิดภาพเหมือนช่วงปี 2557-2559 ที่ราคาน้ำมันร่วงลงแรง นักท่องเที่ยวจากรัสเซียปรับตัวลงอย่างเห็นได้ชัด โดยขยายตัวติดลบเป็นระยะเวลายาวนานเกือบ 2 ปี อีกทั้ง รวมถึงราคาน้ำมันที่ลดลง ยังส่งผลกดดันต่อรายได้จากการส่งออกผ่านราคาสินค้าส่งออก รวมถึงราคาสินค้าเกษตรให้ปรับตัวลดลงอีกด้วย
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่


