ก.อุตคิกออฟ’กัญชง’เชิงพาณิชย์ ตั้งเป้า 2 ปีป้อนตลาดโลก หวังผลิตกระเป๋าแบรนด์เนม ชิ้นส่วนเครื่องบิน โดรน เสื้อเกราะ วัสดุก่อสร้าง จากปัจจุบันแปลงนำร่องไทยผลิตแค่สิ่งทอหัตถกรรม
นายสุชาติ ไตรแสงรุจิระ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังประชุมหารือแนวทางในการส่งเสริมอุตสาหกรรมกัญชงสู่เชิงพาณิชย์ ครั้งที่ 1/2563 ที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) ว่า ที่ประชุมซึ่งประกอบด้วย หน่วยงานรัฐ สถาบันอิสระ มหาวิทยาลัย ผู้ประกอบการ เกษตรกร มีมติเดินหน้าส่งเสริมอุตสาหกรรมกัญชงสู่เชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ คาดว่าจะเห็นเป็นรูปธรรมภายใน 2 ปีตั้งแต่ขั้นตอนการเพาะเมล็ดจนถึงกระบวนการผลิตเป็นสินค้า เพื่อยกระดับกัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจรองตัวใหม่ของประเทศ มีงบประมาณดำเนินการอยู่ที่ 30 ล้านบาทภายใต้การกำกับของกระทรวงกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.)
นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกสอ. กล่าวว่า การส่งเสริมอุตสาหกรรมกัญชงสู่เชิงพาณิชย์ เป็นอีกเครื่องมือในการเดินหน้าเกษตรอุตสาหกรรม ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อยกระดับรายได้เกษตรกร จากปัจจุบันมีการปลูกกัญชงทั่วประเทศ 533 ไร่ ใน 8 จังหวัดพื้นที่ราบสูง แต่ผลผลิตส่วนใหญ่ยังใช้เปลือก ชนิดหยาบ เพื่อศึกษา วิจัย เพื่อผลิตและจำหน่ายงานหัตถกรรมพื้นบ้าน จึงยังไม่มีการเก็บตัวเลขรายได้ชัดเจน ขณะที่ทั่วโลกมีการปลูกรวมทั้งสิ้น 6.5 ล้านไร่ จำนวนนี้ 70% ปลูกในจีน 25% ปลูกในฝรั่งเศส และที่เหลือปลูกในประเทศแถบยุโรป มูลค่าตลาดรวมทั่วโลก ปี 2561 อยู่ที่ 3.97 พันล้านเหรียญสหรัฐ คาดว่าภายในปี 2568 จะมีมูลสูงถึง 9.64 พันล้านเหรียญสหรัฐ ดังนั้นหากไทยพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์สำเร็จจะเข้าไปอยู่ในส่วนแบ่งตลาดดังกล่าวแน่นอน
“จากข้อมูลพบว่า กัญชงสามารถนำมาผลิตเชิงพาณิชย์ได้ทุกส่วน โดยเมล็ด เมื่อสกัดแล้วจะได้ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม เครื่องสำอาง อาหารสัตว์ ช่อดอกและใบ ผลิตเป็นเวชสำอางค์การแพทย์ อาทิ ยารักษาสิว ลำต้น บริเวณแกน ผลิตเป็นวัสดุก่อสร้าง ภาชนะสัมผัสอาหารแบบใช้ครั้งเดียว เปลือกลักษณะหยาบ ทำเป็นสิ่งทอหัตถกรรม เปลือกแบบละเอียด สามารถผลิตเป็นสิ่งทอกลุ่มแฟชั่น อาทิ กระเป๋าแบรนด์เนมชื่อดังของโลก และสามารถผลิตเป็นชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนอากาศยาน โดรน เสื้อเกราะ เซิร์ฟบอร์ด และราก สามารถผลิตเป็นปุ๋ยธรรมชาติ และวัสดุก่อสร้าง จะเห็นว่ากัญชงเป็นพืชมูลค่าสูง และไทยเป็นเมืองเกษตร แต่ผลิตได้แค่สิ่งทอหัตถกรรม จึงเป็นโอกาสที่เราควรเร่งพัฒนา”นายณัฐพลกล่าว
นายณัฐพล กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนของการส่งเสริมอุตสาหกรรมกัญชงสู่เชิงพาณิชย์หลังจากนี้ จะมีหน่วยงานร่วมศึกษาและพัฒนา ประกอบด้วย สถาบันอาหาร สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(อิสเมด) สถาบันพลาสติก สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิทยาลัยนาโนเทคโนโลยี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดยแต่จะหน่วยงานจะไปพิจารณาแนวทางพัฒนา อาทิ อิสเมดจะเปิดให้เกษตรกรผู้ปลูกลงทะเบียน เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการพัฒนาผลผลิตต่อไร
นอกจากนี้ ระหว่างที่แต่ละหน่วยงานกำลังศึกษาวางกรอบการพัฒนาเชิงพาณิชย์ กสอ.จะรอให้ร่างกฎกระทรวง การขออนุญาตและการอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่ายหรือไม่ไว้ครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษให้ประเภท 5 เฉพาะกัญชง พ.ศ…. ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา ประกาศใช้อย่างเป็นทางการก่อน คาดว่าจะชัดเจนภายในกลางปีนี้ หลังจากนั้นจะกลับมาประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าอีกครั้ง


เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

