‘ดีอีเอส’​ แม่งาน ผุดแอปพลิเคชัน สกัดโควิด-19

10.03.20 | 21:36 น.

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ได้หารือร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อน (โอเปอเรเตอร์) 5 ราย ประกอบด้วย บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค, บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ถึงแนวทางการเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยงไวรัสโควิด-19 มายังประเทศไทยทุกสนามบินทั่วประเทศ โดยขอความร่วมมือ​ให้ผู้เดินทางทั้งชาวไทยและต่างชาติดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน และกรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ หรืออีเมล์ ตรงด่านตรวจโรคก่อนเดินทางออกจากด่าน ตม. อันจะเป็นประโยชน์ในการติดตามและสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับไวรัสโควิด-19 หากเกิดพบว่ามีการติดโรคภายหลังผ่านเข้าประเทศมาแล้วจะได้ติดตามตัวคนป่วยและคนที่เดินทางมาร่วมกันได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า สำหรับแอปพลิเคชันดังกล่าว สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาแอปพลิเคชันคาดว่าจะสามารถใช้งานได้วันที่ 12 มีนาคม 2563 ซึ่งในวันที่ 11 มีนาคม 2563 สวทช. จะหารือร่วมกันอีกครั้ง โดยยืนยันว่าแอปพลิเคชันที่พัฒนาขึ้นนั้นไม่ได้ติดตามตัวทุกคน แต่เป็นส่วนหนึ่งในการแจ้งเหตุและติดตามเฉพาะคนที่ป่วยเท่านั้น และข้อมูลจะถูกลบออกจากระบบภายใน 14 วัน

ทั้งนี้ ผู้โดยสารคนไทยที่เป็นลูกค้าโอเปอเรเตอร์แต่ละรายอยู่แล้วสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันตามคิวอาร์โค้ดที่จุดคัดกรองได้ทันที รวมถึงนักท่องเที่ยวที่เปิดโรมมิ่งมาแล้ว ส่วนนักท่องเที่ยวที่ยังไม่มีซิมการ์ด กสทช.จะอนุญาตให้แต่ละโอเปอเรเตอร์นำบูธเปิดซิมการ์ดให้บริการ ณ จุดคัดกรองด้วย ในราคาซิมละ 49 บาท ใช้ได้ 14 วัน ซึ่งความเร็วในการใช้งานขึ้นอยู่กับโอเปอเรเตอร์แต่ละรายจะทำแพ็คเกจ

“เชื่อว่าในภาวะแบบนี้ เราขอความร่วมมือ ไม่ได้บังคับ ทุกคนก็เต็มใจ เพราะว่าเขาคงไม่อยากให้โรคไปติดกับคนที่เขารัก เราไม่ได้มีเจตนาติดตามคน แต่แอปพลิเคชันนี้มันจะสะดวกในการติดตาม หากเกิดพบคนติดโรค” นายพุทธิพงษ์ กล่าว

Advertisement

อย่างไรก็ตาม จากการประชุมมีการระบุข้อมูลการเดินทางเข้าประเทศต่อวันอยู่ที่ 70,000 คน แบ่งเป็นคนไทย 20,000 คน และ คนต่างชาติ 50,000 คน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน