นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา ก.ล.ต.ได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยบ้างแล้ว อาทิ การผ่อนผันการนำส่งงบการเงินให้กับบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่มีธุรกิจหลักอยู่ในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เปิดให้บจ.สามารถจัดประชุมสามัญประจำปี (เอจีเอ็ม) ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ และขยายเวลาการจัดประชุมออกไปจนถึง 30 มิถุนายน 2563 เปิดให้บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) สามารถทำงานจากบ้านในกรณีจำเป็นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยปัจจุบันมีบล.ดำเนินงานที่บ้านแล้ว 5 แห่ง รวมถึงการปรับปรุงเกณฑ์ดำรงเงินกองทุนในการจัดจำหน่ายหุ้นที่เสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ)
นางสาวรื่นวดีกล่าวว่า นอกจากนี้ ยังเตรียมเสนอมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมคือ การปรับลดค่าธรรมเนียมประจำปีให้แก่ บจ.ที่ส่งงบการเงินตรงเวลาและมีความประพฤติดี โดยบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนต่ำกว่า 500 ล้านบาทจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมประจำปีทั้งหมด ส่วนบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนมากกว่า 500 ล้านบาท จะพิจารณาลดค่าธรรมเนียมให้ 30% รวมถึงจะพิจารณายกเว้นค่าธรรมเนียมให้แก่ตราสารหนี้เอกชน (หุ้นกู้) กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อดูแลผู้ประกอบการในตลท. ต่อไป
นางสาวรื่นวดีกล่าวว่า กรณีที่ครม.มีมาตรการช่วยเหลือตลาดทุน โดยการปรับเงื่อนไขกองทุนเอสเอสเอฟ สามารถหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้เพิ่มอีก 2 แสนบาท จากเดิมหักลดหย่อนได้ 2 แสนบาท สำหรับการลงทุนในช่วง 1 เมษายน – 30 มิถุนายนนี้ โดยกลต.จะออกเกณฑ์รูปแบบการดำเนินการเร็วที่สุดภายในวันที่ 16 มีนาคมนี้ เพื่อดูแลผู้ที่ต้องการเข้ามาลงทุน ซึ่งเชื่อว่าในวันที่ 1 เมษายนนี้ จะพร้อมออกกองทุนเอสเอสเอฟ เพราะเชื่อว่าไม่ได้มีความซับซ้อนมากเกินไป
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่


