ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันที่ 11 มีนาคม 2563 ว่า หุ้นเคลื่อนไหวในแดนบวกสลับลบ โดยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,271.25 จุด ปิดตลาดภาคเช้าที่ระดับ 1,260.14 จุด ก่อนปิดตลาดภาคบ่ายที่ระดับ 1,249.89 จุด ปรับลดลง 21.36 จุดหรือ 1.68% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,281.63 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,238.00 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 72,236.43 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น นักลงทุนสถาบันในประเทศ ขายสุทธิ 131.77 ล้านบาท นักลงทุนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ขายสุทธิ 1,034.04 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศ ขายสุทธิ 3,925.69 ล้านบาท นักลงทุนทั่วไปในประเทศ ซื้อสุทธิ 5,091.50 ล้านบาท โดยดัชนีบวกมากสุด 10.38 จุด ลบมากสุด 33.25 จุด
โดยนายภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้จัดการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซียพลัส จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปิดลบตามตลาดหุ้นในภูมิภาค อาทิ ออสเตรเลีย ลบ 3.4% เกาหลีใต้ ลบ 2.78% ญี่ปุ่น ลบ 2.2% สาเหตุมาจากตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในอิตาลีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ โดยวันเดียวพบเพิ่มขึ้น 977 คน เป็น 10,149 คน ถือว่าเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับ 2 ของโลก ทำให้ตลาดกังวลว่าภาวะเศรษฐกิจโลกยังชะลอตัวจากโรคระบาดอยู่ โดยเฉพาะปัจจัยหลัก ได้แก่ ตลาดรอดูนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ออกมาเปิดเผยว่าจะมีออกมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ แต่จนวันนี้ยังไม่ได้มีรายละเอียดออกมาอย่างเป็นทางการ ทำให้ตลาดปรับตัวลง
นายภราดรกล่าวว่า รวมถึงการประชุมเพื่อแก้ปัญหาการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้มีมติให้ยกเลิกการขอฟรีวีซ่า 3 ประเทศ คือ ฮ่องกง อิตาลี เกาหลี และฟรีวีโอเอ อีก 18 ประเทศ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตามเป็นการแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่าจะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นหรือไม่ การประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำหุ้นพื้นฐานแกร่งได้บรรยากาศเชิงบวก หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติให้ผู้ลงทุนในกองทุนเอสเอสเอฟ สามารถนำเงินที่ลงทุนมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มถึง 2 แสนบาท โดยต้องลงทุนระหว่าง 1 เมษายน – 30 มิถุนายนนี้เท่านั้น โดยส่วนใหญ่เป็นหุ้นขนาดใหญ่ที่กองทุนนิยมถือครอง ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวที่ระดับ 1,230-1,270 จุด
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่


