นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงความคืบหน้าการเรียกค่าเสียหายความรับผิดทางละเมิดสัญญาซื้อขายข้าวรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) 4 สัญญา ปริมาณ 6.2 ล้านตัน ว่า ทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาทำหนังสือตอบกลับแล้วและแจ้งผู้ดำเนินการเรียกค่าเสียหายและลงนามในคำสั่ง คือ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยทางกระทรวงฯได้ทำหนังสือถือนายกรัฐมนตรีให้รับทราบและพิจารณาว่าดำเนินการเรียกค่าเสียหายเอง หรือ มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หรือดำเนินการทั้งคู่
“คาดว่านายกรัฐมนตรี จะให้คำตอบเร็วๆ นี้ เพราะก่อนหน้านี้มีการเร่งรัดให้ดำเนินการโดยเร็ว ก่อนคดีความนี้จะหมดอายุความ 2 ปีในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 หลังจากนี้ก็จะเข้ากระบวนการของกฎหมาย ส่วนค่าเสียหายที่ต้องชดใช้ มีรายละเอียดหมดแล้วว่าใครต้องชดใช้เท่าใด เพราะกรมบัญชีกลางได้คิดค่าเสียหายมาหมดแล้ว”
นางดวงพร กล่าวถึงการเปิดระบายข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลเพื่อการทั่วไป 7.3 แสนตัน และเข้าอุตสาหกรรม 9 แสนตัน ปริมาณรวม 1.63 ล้านตัน ที่กำหนดให้ยื่นซองคุณสมบัติวันที่ 21 กรกฎาคม และยื่นซองเสนอราคาวันที่ 25 กรกฎาคม นั้น ถือเป็นครั้งแรกที่เปิดระบายพร้อมกัน เนื่องจากเป็นการระบายยกคลังและมีข้าวหลายชนิดปะปนกัน โดยผู้ซื้อข้าวสามารถรวมกันซื้อทั้งข้าวที่ยังนำไปปรับปรุงเพื่อบริโภคหรือส่งออก และข้าวเสื่อมสภาพที่ต้องเข้าอุตสาหกรรมเท่านั้น โดยจะมีกรมการค้าภายใน องค์การคลังสินค้า(อคส.) และองค์การตลาดเพื่อการเกษตร(อ.ต.ก.)ควบคุมตั้งแต่การขนย้าย ถึงเข้าโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อป้องกันข้าวเสียออกสู่ตลาดบริโภค
สำหรับราคาอนุมัติ จะพิจารณาตามคุณภาพข้าว ราคาตลาดหรือราคาวัตถุดิบอื่นสำหรับเข้าอุตสาหกรรม ไม่อาจระบุได้ว่าจะระบายได้หมด แต่คงเกิน 70% เนื่องจากดูความต้องการตลาด และช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะข้าวในตลาดน้อยและข้าวฤดูกาลใหม่อาจล่าช้ากว่าปกติผลจากเลื่อนทำนาปีจากภัยแล้งที่ผ่านมา

