วรเนติ หล้าพระบาง “ลูกเทพ”กระหึ่มโลก


“วรเนติ หล้าพระบาง”
เป็นรักษาการประธานผู้จัดการบริษัทไทยสมายล์แอร์เวย์

“ไทยสมายล์” เป็นบริษัทในเครือการบินไทย สายการบินแห่งชาติที่รับรู้กันว่ามีปัญหาเรื่องผลประกอบการหนักหน่วงจนน่าเป็นห่วงว่าจะบริหารจัดการอย่างไรไม่ให้เป็นภาระของรัฐบาล

“ไทยสมายล์” เป็นความหวังว่าจะช่วยลดความน่าห่วงในผลประกอบการภาพรวมของการบินไทย ด้วยมีการบริหารจัดการที่คล่องตัวกว่า

แต่ก่อนหน้านั้นไม่มีคนรู้จักมากนัก กระทั่งมีประกาศให้ผู้โดยสารซื้อเก้าอี้ให้ “ลูกเทพ” นั่งได้

“ลูกเทพ” เป็นตุ๊กตาทำจากเรซิ่น มีลักษณะคล้ายเด็กจริงๆ มาก มีความเชื่อของบางคนว่าหลังจากทำพิธีปลุกเทพ จะมีจิตวิญญาณเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์

เป็นความเชื่อคล้ายการนับถือ “ลูกกรอก” หรือ “กุมารทอง” ของคนไทยที่มีมาแต่โบราณ

หากอธิบายด้วยทฤษฎีประวัติศาสตร์ว่าด้วย “พัฒนาการทางปัญญาของมนุษย์” ก็เป็นความต่อเนื่องมาจากมนุษย์ยุคแรกๆ ที่นับถือ “ผี”

เพราะยังไม่มีความก้าวหน้าในเรื่องความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่จะอธิบายปรากฏการณ์ธรรมชาติต่างๆ

อย่างมีเหตุผล จึงสถาปนา “สิ่งศักดิ์สิทธิ์” ขึ้นมาเป็นคำอธิบาย สร้างความเชื่อขึ้นมาเพื่อเป็น “ที่พึ่งทางใจ” ของคนยุคปัญญามีไม่พอที่จะเห็นสิ่งอื่นนอกจากคิดว่าเป็น “ผี”

กราบไหว้บูชา “ผี” เป็นที่พึ่ง

มาถึงยุคนี้ “ผี” ก็ยังเป็นความเชื่อในแบบ “ไม่เชื่ออย่าลบหลู่” ในใจของคนไทยส่วนใหญ่

กระแส “ลูกเทพ” เป็นที่พึ่งทางใจของ “คนไทย” มีในแวดวงเฉพาะมานานแล้ว

แต่มากระหึ่มทำให้คนไทยโด่งดังไปทั่วโลก เมื่อ “ไทยสมายล์” ออกประกาศให้ซื้อที่นั่งในเครื่องบินให้ “ลูกเทพ” หรือ “ตุ๊กตา” ที่ผ่านการปลุกเสกจนเชื่อว่า “มีวิญญาณ”

คล้าย “กุมารทอง-ลูกกรอก-รักยม” อันเป็นตำนาน “ผีเด็ก” ที่คนไทยให้ความนับถือนำมาขึ้นหิ้งบูชาได้

ในประกาศนั้นให้บริการอาหารแก่ “ตุ๊กตาปลุกเสก” เหมือนมีชีวิต

สำนักข่าวต่างประเทศ โดยเฉพาะของประเทศเพื่อนบ้านที่มีสายการบินเป็นคู่แข่งของไทย ประโคมข่าวนี้กันครึกโครม

เสียงสะท้อนที่ตามมามีหลายด้าน

กลุ่มคนที่เชื่อใน “ความศักดิ์สิทธิ์ของลูกเทพ” พากันชื่นชมยกย่องความคิดของ “ผู้บริหารไทยสมายล์”

ที่ตอบสนองให้ความเชื่อนั้นได้รับการการันตีให้เป็นระดับสากล

แต่ใน “กลุ่มที่เชื่อว่าลูกเทพมีจิตวิญญาณเช่นกัน” อีกด้าน เกิดความประหวั่นพรั่นพรึงที่จะต้องเดินทางโดยเครื่องบินภายใต้บรรยากาศพิธีบูชาลูกเทพ

ด้วยการถวายอาหารบนเครื่อง ออกมาวิพากษ์วิจารณ์จนก่อความรู้สึกขนลุกฟูเมื่อนึกถึง

ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งที่เห็นว่าเป็นเรื่อง “งมงาย” ได้วิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรงถึงสติปัญญาในการบริหารจัดการ

เลยเถิดไปถึงการชี้ให้เห็นการสร้างค่านิยมงมงายให้กับคนรุ่นหลัง และขยายความไปให้เหตุผลที่เกี่ยวโยงถึงผลประกอบการของสายการบินไทย

สำหรับกระแสข่าวในต่างประเทศออกมาในทาง “โลกพิศวง” หรือ “เรื่องเหลือเชื่อ ปรากฏการณ์ประหลาด”

กระทั่งในช่วงหลังดูท่าจะเป็นกระแสด้านลบท่วมด้านบวก

ในที่สุด “กรมการบินพลเรือน” ต้องเรียกประชุมสายการบินและมีคำสั่งให้ “ลูกเทพ” เป็นสัมภาระปกติ ต้องจัดวางไว้ในที่ทางของสัมภาระ เพื่อยุติกระแส

การบริหาร “ไทยสมายล์” ในยุค “วรเนติ” จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะบันทึกไว้ให้ลูกหลานรุ่นหลังเรียนรู้

บทความก่อนหน้านี้ฟังยัง “น้องแป้ง”เด็กป.5 แชมป์ขับร้องเพลงไทยเวทีนร.ระดับชาติ (ชมคลิป)
บทความถัดไป“ทางเลือกน้อย” โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร