ที่กระทรวงการคลัง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังหารือร่วมกับนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้บริหารกระทรวงการคลัง ว่ามีการหารือใน 3 ประเด็นคือ ให้ตั้งกองทุนเพื่อสร้างเสถียรภาพตลาดทุน ซึ่งได้บอกทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลังไปแล้วว่าให้เร่งตั้ง เพราะขณะนี้เหตุการณ์ไม่ปกติและเป็นสถานการณ์ที่รุนแรง ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรป รวมถึงไทยหุ้นตกมาก ทั้งๆ ที่พื้นฐานของไทยดีมาก แน่นอนที่สุดตื่นตระหนกทั้งโลก เราต้องดูแลตลาดทุนไทย
“เมื่อเกิดการตื่นตระหนกทำให้หุ้นไทยตกมาก รัฐบาลจำเป็นต้องดูแล ซึ่งให้การบ้านผู้ที่เกี่ยวข้องไปแล้วคาดว่าอีกไม่กี่วันน่าจะจบ ในอดีตไทยเคยตั้งกองทุนวายุภักษ์เข้าไปช่วยพยุงหุ้นเมื่อ 15 ปีที่แล้ว แต่ขณะนี้อาจต้องใช้กลไกอื่นที่ซับซ้อนกว่านั้น โดยเงินที่จะใช้นั้นมีอยู่แล้ว แต่จะเป็นเท่าไหร่ดูความเหมาะสม สถานการณ์แบบนี้ระยะยาวมีกำไรทั้งนั้น เอาเป็นว่ารัฐบาล กระทรวงการคลังดูแล ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องเข้าไปดูแล เพื่อให้เกิดเสถียรภาพทั้งตลาดเงินและตลาดทุน” นายสมคิดกล่าว
นายสมคิดกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สั่งให้กระทรวงการคลังเตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 เพื่อใช้ในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ซึ่งช่วงนั้นอาจมีความจำเป็นต้องใช้โดยต้องเตรียมวงเงินและมาตรการไว้ แม้ยังไม่ถึงเวลาต้องใช้ทันที แต่ต้องทำให้ประชาชนได้อุ่นใจว่ามีมาตรการเตรียมไว้แล้ว โดยมาตรการชุดที่ 1 ออกไปดีพอสมควรที่ทำให้ผู้ประกอบการอยู่ได้ ไม่ให้เอาคนออก (เลย์ออฟคนงาน) ตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องดูแลประชาชน
“สั่งให้หามาตรการในการดูแลประชาชนเพิ่มเติม โดยให้การบ้านไปกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการดูแลคนทุกกลุ่ม รวมถึงผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบไวรัสโควิด-19 เพราะเศรษฐกิจโลกในขณะนี้หนักหนามากตั้งแต่ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศเรื่องการเดินทางห้ามอียูเดินทางเข้าสหรัฐ เป็นเรื่องใหญ่ การค้าการขายติดต่อกันลำบากมากขึ้น” นายสมคิดกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นายสมคิดให้สัมภาษณ์หุ้นไทยร่วงอย่างหนัก 125.05 จุด หรือ 10% ส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องใช้หยุดการซื้อขายชั่วคราว (เซอร์กิตเบรกเกอร์)

