นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สายงานกิจการโทรคมนาคม เปิดเผยในงานประชุมหารือกลุ่มย่อย เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการใช้สิทธิในการปักหรือตั้งเสา หรือเดินสาย วางท่อ หรือติดตั้งอุปกรณ์ประกอบใดในการให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. …. ว่าเพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์ของกฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป หลังจากกฎหมายฉบับปัจจุบันมีผลบังคับใช้มากว่า 6 ปี ประกอบกับปัจจุบันการติดตั้งสายสื่อสารบนเสาไฟฟ้าตามสถานที่ต่างๆ ได้พาดสายสูงจากพื้นดินต่ำกว่ามาตรฐาน ซึ่งอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของประชาชน และนอกจากสายสื่อสารจะรกรุงรังมีผลต่อทัศนียภาพแล้ว ยังพบปัญหาสายสื่อสารบางส่วนไม่ได้ใช้งาน จึงมีความจำเป็นต้องส่งเสริมให้มีการใช้โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมร่วมกัน
นายก่อกิจกล่าวว่า กสทช.จะออกกฎเกณฑ์กำกับราคาการเช่าพื้นที่ติดตั้งสายสื่อสารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในราคาที่เหมาะสม ซึ่งผู้รับใบอนุญาตจะต้องปฏิบัติตามภายใต้ข้อบังคับในมาตรา 39 และมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2554 ที่ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดระเบียบหรือบริหารจัดการเกี่ยวกับการเดินสายมิให้รกรุงรังทั้งสายที่ใช้งานและไม่ได้ใช้งาน ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนด และจัดทำแผนปฏิบัติการในการตรวจสอบ แก้ไขการเดินสายที่ไม่เรียบร้อยให้เป็นไปตามมาตรฐานและไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หากฝ่าฝืนข้อใดข้อหนึ่งตามประกาศนี้ ก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการโทรคมนาคม
“กสทช.จะสรุปความคิดเห็นทั้งหมดเพื่อวางกติกาการตั้งเสา การติดตั้งสายสื่อสารบนเสาไฟฟ้าให้ได้มาตรฐานและชัดเจน เสนอเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ด กสทช. พิจารณาภายใน 2 เดือน เพื่อให้มีผลบังคับใช้ภายในเดือนกันยายน 2559” นายก่อกิจกล่าว
นายพิบูลย์ จงเลิศวณิชกุล ผู้จัดการฝ่าย Regulatory บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์ ไฮเวย์ จำกัด หรือยูไอเอช กล่าวว่า การถอนการติดตั้งการพาดสายเดิมที่มีอยู่ จะต้องมีค่าใช้จ่ายพอสมควร จึงอยากให้สำนักงานใช้เงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กองทุน กทปส.) มาสนับสนุนส่วนนี้ เพราะบริษัทต่างๆ ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้กองทุนอยู่แล้วทุกปี

