หน้าแรก เศรษฐกิจ ชาวสวนลำไยเข่...

ชาวสวนลำไยเข่าทรุด ผลไม้ยืนต้นตายนับหมื่นไร่ สูญกว่า 700 ล้าน อยู่มา 60 ปีไม่เคยเจอ

13.03.20 | 20:28 น.

วิกฤตแล้งโหด ชาวสวนลำไยเมืองจันท์เข่าทรุด ลำไยส่งออก ยืนต้นตาย กว่า 14,000 ไร่ สูญแล้วกว่า 7 ร้อยล้าน เข้าขั้นล้มละลาย หากสิ้นเดือนนี้ไม่มีน้ำรักษาต้น

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 13 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ จ.จันทบุรี ยิ่งทวีความรุนแรง ยิ่งในช่วงผลไม้กำลังออกผลผลิต ชาวสวนช่วยตนเองจนจะไม่รอด กอดคอกลับกับท้องถิ่นภายใต้งบประมาณที่มีน้อยนิด หวังฝ่าวิกฤตแล้งไปให้ได้ โดยเฉพาะสวนลำไยในพื้นที่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ที่มีกว่า 3 แสนไร่ ยืนต้นตายจนเห็นเป็นภาพชินตาในระยะนี้แล้วกว่า 14,000 ไร่ และอีก 70,000 ไร่ เริ่มเห็นผลชัดเจนว่าแล้งจัดและจะยืนต้นตายในอีกราวเดือนเมษายน
โดยที่ ต.หนองตาคง อ.โป่งน้ำร้อน ซึ่งอยู่ในเขตชลประทาน อ่างเก็บน้ำคลองพระพุทธ นายธีระ วงษ์เจริญ ประธานสภาเกษตรกร จ.จันทบุรี พร้อมด้วยชลประทาน ,เกษตรอำเภอ,องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น,ผู้นำชุมชน,เข้าสำรวจความเสียหายของสวนลำไย ที่เกิดจากฝนทิ้งช่วงยาวนานจนประสบปัญหาภัยแล้งวิกฤต พร้อมสำรวจปัญหาของระบบชลประทานที่ไม่สามารถผันน้ำจากอ่างคลองพระพุทธได้ หลังทางจังหวัดไม่ประกาศภาวะภัยแล้ง ทำให้ท้องถิ่นไม่สามารถใช้งบประมาณฉุกเฉินเข้าช่วยเหลือเกษตรกรได้ จนทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง ซึ่งมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 7 ร้อยล้านบาท

จากการสอบถาม นายวรวุฒิ เห็ดตูม อายุ 59 ปี ชาวสวนลำไยพื้นที่บ้านแปลง ม.6 ต.หนองตาคง ทราบว่า ในพื้นที่ฝนไม่ตกลงมาตั้งแต่ราวเดือนมิถุนายน ของปีที่แล้ว ลำไยที่สวนกว่า 60 ไร่ เริ่มทยอยยืนต้นตายมาตั้งแต่เดือนธันวาคมหลังไม่มีน้ำมาบำรุง ถือว่าไม่เคยพบเจอสภาพสาหัสเช่นนี้มาตั้งแต่เริ่มทำสวนลำไยมาเกือบ 60 ปี แม้เบื้องต้น ชาวสวนบางราย จะพยายามดิ้นรนช่วยเหลือตนเองก่อน แต่สุดท้ายก็ยื้อไม่ไหว เลยต้องปล่อยทิ้งตามสภาพเนื่องจากไม่มีเงินพอ จนต้องร้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหวังแค่รักษาต้นลำไยไว้เท่านั้น เพราะหากปล่อยต้นตาย ก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีก 4 ปี ในการปลูกและจะได้ผลผลิตรุ่นแรก ซึ่งตอนนั้นก็ไม่รู้จะทำอะไรเช่นกัน ซึ่งหากในสิ้นเดือนนี้ไม่มีน้ำมาให้ต้นลำไย คาดว่า จะต้องยืนต้นตายเกือบทั้งหมด

ด้าน นายธีระ วงษ์เจริญ ประธานสภาเกษตรกร จ.จันทบุรี เปิดเผยว่า สภาพเช่นนี้ถือว่าวิกฤตรุนแรงมาก ภายในระยะเวลา 1-2 เดือน จะขยายวงกว้างมากกว่านี้ ซึ่งจากการสำรวจแล้วพบว่า พื้นที่เพาะปลูกลำไยของ อ.โป่งน้ำร้อน กว่า 3 แสนไร่ โดย 1 แสนไร่กำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤตแล้ว ซึ่งขณะนี้ลำไยอยู่ราวกิโลกรัมละ 30 บาทโดยประมาณ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจะสูญเงินเข้าจังหวัดมูลค่านับพันๆล้านบาท ยิ่งเกษตรกรระดับกลางถึงล่าง ที่ไม่มีกำลังเพียงพอในการหาน้ำมาบำรุงต้น

อย่างไรก็ตามแม้ว่า หน่วยงานในพื้นที่ เช่น ท้องถิ่น รวมไปถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัด ได้เข้าช่วยเหลือเต็มความสามารถ แต่ด้วยข้อจำกัด จึงยังไม่ทั่วถึง
หากเป็นไปได้ทางผู้บริหารจังหวัด ควรเร่งพิจารณาประกาศภัยแล้ง โดยให้รีบดำเนินการในแต่ละพื้นที่ ตามสถานการณ์ความรุนแรง เพื่อบรรเทาให้ผ่านวิกฤตแล้งไปให้ได้ก่อน ซึ่งตอนนี้ผลผลิตลำไยไม่ต้องพูดถึงแล้ว ที่ยังพอทำได้คือช่วยต้นไม่ให้แห้งตายในระยะอีก 1-2 สัปดาห์นี้เท่านั้น ส่วนในปีหน้าหรือในระยะยาว ต้องมีการวางระบบบริหารจัดการที่ชัดเจน โดยเฉพาะที่สร้างแหล่งน้ำในสวน และระบบคลองผันน้ำชลประทานจากอ่างเก็บน้ำคลองพระพุทธ ที่มีพื้นที่ส่งน้ำครอบคลุมกว่า 52,000 ไร่ และปีนี้สามารถใช้น้ำได้อีกราว 2 เดือนเท่านั้น

Advertisement