นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ต่อเศรษฐกิจไทย ว่า ขณะนี้มีนักเศรษฐศาสตร์หลายคนได้คาดการณ์ตรงกันว่าผลกระทบจากการระบาดโรคโควิด -19 จะลากยาวจนถึงปี 2564 ส.อ.ท.จะติดตามผลกระทบอย่างใกล้ชิด จากปกติศึกษาผลกระทบเป็นรายไตรมาส ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดการระบาดเริ่มรุนแรง และขยายตัวไปกว่า 120 ประเทศแล้ว และยังไม่มีทีท่าว่า จะหยุด โดยเฉพาะประเทศในแถบยุโรปลุกลามไปทั่ว รวมถึงสหรัฐฯ ระบาดไปถึง 35 รัฐแล้ว ยังไม่มีหน่วยงานไหน สามารถประเมินได้ชัดเจนว่า แต่ละประเทศจะควบคุมได้เหมือนกับประเทศจีนหรือไม่ ต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป
“ตอนนี้สถานการณ์การแพร่ระบาด น่าเป็นห่วงมาก ไทยได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน ทั้งด้านท่องเที่ยว การส่งออก และการใช้จ่ายภายในประเทศ หากไทยเกิดเข้าสู่ระยะที่ 3 ของการแพร่ระบาดในประเทศ จะกระทบต่อการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน จนอาจต้องปิดประเทศเหมือนอิตาลี จะยิ่งแย่ไปอีก จะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) อาจติดลบได้ ตอนนี้ได้แต่ภาวนาขอให้ไทย อย่าเข้าไปสู่ระยะที่ 3” นายเกรียงไกร กล่าว
นายเกรียงไกร กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน(กกร.) ประกอบด้วย ส.อ.ท. หอการค้าไทย สมาคมธนาคารไทย ทาง ส.อ.ท.ได้นำเสนอบทวิเคราะห์ผลกระทบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิส-19 ต่อภาคอุตสาหกรรม สำรวจทั้งหมด 45 กลุ่มพบว่า มี 12 อุตสาหกรรม ที่ได้รับผลกระทบหนักสุด คือ กลุ่มไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ เคมี ชิ้นส่วน และอะไหล่รถยนต์ เครื่องสำอาง โรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม หัตถกรรมสร้างสรรค์ โรงเลื่อย โรงอบไม้ ไม้อัดไม้บาง อัญมณีและเครื่องประดับ เทคโนโลยีชีวภาพ อาหาร และสมุนไพร เนื่องจากผู้ประกอบการมียอดขายลดลง รวมทั้งยังมีอุปสรรคต่อการส่งออกสินค้าไปยังจีนล่าช้า และต้นทุนการผลิตสูงขึ้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

