หน้าแรก เศรษฐกิจ โบรกฯเชื่อตลา...

โบรกฯเชื่อตลาดลงลึกแล้ว แม้ยังหาจุดต่ำสุดไม่เจอ แต่ยังมีโอกาสดีดกลับได้

16.03.20 | 10:25 น.

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาแหล่งลงทุนที่มีความปลอดภัยสูง (เซฟเฮฟเว่น) จะเป็นทองคำ แต่ขณะนี้ทองคำเริ่มปรับลดลงรุนแรงแล้ว เพราะจากต้นปีจนถึงปัจจุบันปรับขึ้นไปกว่า 3,800 บาท เซฟเฮฟเว่นจึงกลายมาเป็นเงินสดแทน สอดคล้องกับภาวะหุ้นไทยที่ปรับลดลงหลายร้อยจุดภายในสัปดาห์เดียว โดยจากต้นปี 2563 คาดการณ์ว่าดัชนีหุ้นไทยจะปรับขึ้นไปสูงสุดได้ที่ 1,720 จุด แต่ตอนนี้โอกาสปรับตัวลดลง (ดาวน์ไซด์) มีอยู่บ้าง เบื้องต้นคาดว่ากรอบดัชนีใหม่ของทั้งปี 2563 คงอยู่ในโซน 1,400 จุดบวกหรือลบเล็กน้อยเท่านั้น โอกาสเด้งขึ้นแรงๆ น่าจะยังไม่มีมากนัก

นายวิจิตรกล่าวว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทย การที่ดัชนีจะปรับขึ้นได้ในระยะยาว จะต้องเห็นสัญญาณของการควบคุมโควิด-19 ได้ ไม่ต้องเอาจบ เพราะมองว่าปี 2563 ก็ยังไม่น่าจะจบได้ เอาแค่ขอให้คุมได้แบบหาจุดสูงสุดไม่เจอแล้ว ราคาหุ้นน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปได้ ส่วนจะเกิดขึ้นในช่วงใดนั้น ปัจจุบันก็ผ่านมา 3 เดือนแล้ว ในช่วงสั้นๆ อยากให้เกิดการแพร่กระจายแบบถึงจุดสูงสุดแล้วในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 เพราะกำไรของ บจ. แค่โดนผลกระทบทั้งในไตรมาส 1/2563 ก็แย่แล้ว ซึ่งหากโดนไตรมาส 2/2563 ด้วยก็จะยิ่งแย่เข้าไปอีก โดยแนวโน้มตอนนี้น่าจะลากไปจนไตรมาส 2 ด้วย เนื่องจากจะจบเดือนมีนาคมแล้ว แต่ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่งเร่งตัวขึ้น และยังหาจุดสูงสุดไม่เจอ ซึ่งหากเป็นแบบนี้ การฟื้นตัวอย่างจริงจังในแง่เศรษฐกิจคงเป็นช่วงไตรมาส 3/2563 แต่ในแง่ของตลาดหุ้นอาจฟื้นตัวได้เร็วกว่านั้น หากมีข่าวดีเข้ามาสนับสนุนต่อเนื่อง

“หลังจากดัชนีหุ้นไทยปรับลงไปทดสอบระดับต่ำสุดที่ 960 จุด ในช่วงเช้าวันศุกร์ 13 มีนาคมที่ผ่านมา จะมีโอกาสที่หุ้นหลุดระดับ 900 จุดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับปัจจัยลบทั้งหมดดูแย่ลงกว่าที่เป็นอยู่ เศรษฐกิจย่ำแย่กว่าที่คาดไว้ กำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทย ลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์ประมาณการไว้ ก็จะเป็นจุดที่น่ากังวลมากพอสมควร” นายวิจิตรกล่าว

นายวิจิตรกล่าวว่า ปัจจุบัน ในระดับ 950 จุด ภาพรวมน่าจะตอบรับปัจจัยลบไปมากแล้วในระดับหนึ่ง ซึ่งหากดูตามกรอบอัตราส่วนราคาต่อกำไร (พีอี) ในช่วงสั้น ปัจจัยพื้นฐานปรับลงมาแล้วในค่าพีอีที่ค่อนข้างลึก และหากประเมินตามหุ้นรายตัว ก็ค่อนข้างมีมูลค่าที่ต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานแล้ว โดยเฉพาะหุ้นใหญ่ๆ หลายตัวที่ปรับลดลงต่ำไปหมดแล้ว ทำให้สัญญาณของโอกาสที่ดัชนีจะปรับลดลงหลุด 900 จุด เป็นไปได้ยากมากพอสมควร แต่จะเห็นโอกาสในการดีดตัวขึ้น (รีบาวด์) มากกว่า เพราะแนวโน้มจากนี้น่าจะเป็นขาดีดตัวขึ้นก่อนมากกว่า

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

Advertisement

เพิ่มเพื่อน