หน้าแรก เศรษฐกิจ กทท.เร่งถกแหล...

กทท.เร่งถกแหลมฉบังเฟส 3 หลังศาลปกครองสูงสุดตัดสินกลุ่มเอ็นซีพีตกรอบ เตรียมเจรจากลุ่มจีพีซี ดันเพิ่มผลตอบแทน

16.03.20 | 17:20 น.

กทท.เร่งถกแหลมฉบังเฟส 3 หลังศาลปกครองสูงสุดตัดสินกลุ่มเอ็นซีพีตกรอบ เตรียมเจรจากลุ่มจีพีซี ดันเพิ่มผลตอบแทน

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เปิดแถลงข่าวชี้แจงเกี่ยวกับโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 หลังศาลปกครองสูงสุดกลับคำสั่งศาลปกครองชั้นต้น ตัดสินให้คำสั่งทางปกครองของคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนฯชอบด้วยกฎหมาย

เรือโทกมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการ กทท. เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวได้เปิดรับเอกสารประกวดราคาเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2562 โดยมีผู้ยื่นเอกสาร 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มกิจการร่วมค้า GPC ประกอบด้วย บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และ China Harbour Engineer Company Limited และ 2.กลุ่มกิจการร่วมค้า NCP ประกอบด้วย บริษัท นทลิน จำกัด บริษัท แอสโซซิเอท อินฟินิตี้ จำกัด บริษัท พริมา มารีน จำกัด บริษัท พีเอชเอส ออแกนิค จำกัด และ China Railway Construction Limited โดยจากการตรวจสอบเอกสาร ซองที่ 1 คุณสมบัติ ผ่านทั้ง 2 กลุ่ม แต่พอเปิดเอกสารซองที่ 2 ข้อเสนอด้านเทคนิค ผลปรากฏว่ากิจการร่วมค้า GPC ผ่านรายเดียว เนื่องจากกิจการร่วมค้า NCP ซึ่งมีอยู่ 5 บริษัท ไม่มีข้อเสนออยู่ 1 ข้อ คือไม่ลงนามในแบบฟอร์มสัญญากิจการร่วมค้า ที่ไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคคลใหม่ ที่มีการกำหนดไว้ตามเอกสารการคัดเลือกเอกชน (RFP) จึงถือเป็นการผิดสาระสำคัญที่ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบกับผู้ยื่นรายอื่น คณะกรรมการจึงไม่ให้ผ่านการพิจารณา

เรือโทกมลศักดิ์กล่าวว่า หลังจากนั้นทางกิจการร่วมค้า NCP ได้ยื่นอุทรณ์ต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอคุ้มครองชั่วคราว และศาลปกครองกลางก็มีคำตัดสินให้คุ้มครองชั่วคราวกิจการร่วมค้า NCP จากนั้นทางคณะกรรมการคัดเลือกฯจึงได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา พร้อมทั้งได้ยื่นคำร้องขอให้ระงับคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ซึ่งในระหว่างนั้นทำให้การดำเนินโครงการต้องหยุดชะงักลง ล่าสุดวันที่ 13 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้กลุ่มกิจการร่วมค้า NCP เป็นผู้ไม่ผ่านการประเมินเอกสารข้อเสนอซองที่ 2 ตามที่คณะกรรมการคัดเลือกพิจารณาแล้ว ดังนั้น กทท.จะเดินหน้าตามขั้นตอนเพื่อให้สามารถลงนามในสัญญากับกิจการร่วมค้า NCP ตามเป้าหมายในเดือนเมษายน 2563 นี้

“กทท.ดำเนินการคัดเลือกตามขั้นตอนที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการก็ต้องส่งเรื่องต่อไปยังคณะกรรมการอีอีซีพิจารณา” เรือโทกมลศักดิ์กล่าว

Advertisement

เรือโทยุทธนา โมกขาว ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง กล่าวว่า โครงการนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติวงเงินที่เอกชนจะต้องจ่ายผลตอบแทนให้รัฐที่ประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาท แต่เปิดซองแล้ว กิจการร่วมค้า GPC เสนอราคาประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท ดังนั้น ขั้นตอนต่อไปก็จะต้องเจรจาเพื่อให้ได้ตัวเลขที่มากยิ่งขึ้น คาดว่าจะได้ตัวเลขที่สูงกว่าที่เสนอแน่นอน

เรือโทยุทธนากล่าว่า หลังจากศาลปกครองสูงสุดตัดสินออกมาแล้ว ก็จะสามารถเดินหน้าโครงการตามขั้นตอนได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากล่าช้ามาประมาณ 1 ปีแล้ว เดิมตั้งเป้าหมายเปิดให้บริการต้นปี 2566 ก็จะต้องเลื่อนออกไปเป็นปลายปี 2566 แทน โดยยืนยันว่าคณะกรรมการคัดเลือกทำหน้าที่ตามขั้นตอนเท่านั้น หลังจากนั้นก็ต้องส่งเรื่องให้ทางอีอีซีพิจารณาว่าจะเห็นชอบหรือไม่

ด้านนายธาริศร์ อิสสระยั่งยืน ผู้อำนวยการสำนักโครงสร้างพื้นฐานสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก กล่าวว่า กระบวนการทางศาลถึงที่สุดแล้ว หลังจากนี้ก็จะเร่งดำเนินการต่อไป ซึ่งกระบวนการเจรจากับกิจการร่วมค้า GPC ก็จะให้ใกล้เคียงกับมติ ครม.มากที่สุด จากนั้นส่งเข้าอีอีซีพิจารณาตามขั้นตอน และสุดท้ายก็ต้องเสนอ ครม.อนุมัติด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน