หน้าแรก เศรษฐกิจ เอ็กซิมแบงก์ล...

เอ็กซิมแบงก์ลดดอกเบี้ยเงินกู้เหลือ 5.75% ต่ำสุดในระบบธนาคาร ช่วยผู้ประกอบการไทยสู้โควิด-19

18.03.20 | 07:24 น.

นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) เปิดเผยว่า เอ็กซิมแบงก์นำร่องปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินเบิกเกินบัญชี( MOR) อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ( MLR) และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี ( MRR) จากเดิม 5.985% ต่อปี ซึ่งอยู่ในระดับต่ำสุดแล้วในระบบ เหลือเพียง 5.75% ต่อปี ต่ำที่สุดในระบบธนาคารปัจจุบัน มีผลตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป เพื่อช่วยเหลือลูกค้าและผู้ประกอบการไทยให้สามารถดำเนินธุรกิจการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศได้อย่างไม่สะดุด มีต้นทุนต่ำลง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

นอกจากนี้เอ็กซิมแบงก์ยังมีมาตรการพักชำระหนี้ ลดภาระผู้ส่งออก สู้ภัยไวรัสโคโรนา พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือน ลดภาระลูกค้าที่มีวงเงินสินเชื่อระยะยาวและระยะสั้นที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมขยายความคุ้มครองผู้ส่งออกที่มีการส่งออกแล้วหรืออยู่ระหว่างเตรียมส่งออกไปจีน รวมทั้งโปรแกรมสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยพิเศษต่ำกว่า MLR และ MRR สำหรับผู้ประกอบการทุกกลุ่มอุตสาหกรรมและทุกขนาด อาทิ มาตรการสินเชื่อเพื่อการลงทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เป็นสินเชื่อระยะยาวเพื่อให้ผู้ประกอบการทุกกลุ่มอุตสาหกรรมใช้ซื้อหรือปรับปรุงเครื่องจักรและอุปกรณ์ หรือต่อเติมปรับปรุงโรงงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและเพิ่มมูลค่าสินค้าส่งออก อัตราดอกเบี้ย 2 ปีแรก 2% ต่อปี มาตรการเอ็กซิมเสริมสภาพคล่องผู้ส่งออก เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นผู้ส่งออก ผู้นำเข้าเพื่อผู้ผลิตในการส่งออก และผู้ผลิตเพื่อผู้ส่งออก สามารถเลือกใช้วงเงินกู้ระยะยาวหรือวงเงินกู้ระยะสั้นไปลดภาระการชำระหนี้ เพิ่มสภาพคล่องกิจการให้มีเงินทุนหมุนเวียนสำหรับส่งออกหรือปรับปรุงเครื่องจักร โรงงาน เทคโนโลยีการผลิต อัตราดอกเบี้ย 2 ปีแรก 3.99% ต่อปี

“ธนาคารนำร่องลดดอกเบี้ยครั้งนี้ เพื่อร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนพยุงเศรษฐกิจและภาคการส่งออกของไทยให้ผ่านพ้นช่วงเวลายากลำบากนี้ไปให้ได้ ช่วยให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะเอสเอ็มอีมีเงินทุนดำเนินธุรกิจในต้นทุนที่ต่ำลง สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและส่งผลกระทบเป็นวงกว้างและรุนแรงมากยิ่งขึ้นทุกขณะได้ โดย เอ็กซิมแบงก์จะประเมินสถานการณ์และหารูปแบบสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยให้สามารถรับมือกับผลกระทบและสถานการณ์เศรษฐกิจที่เกิดขึ้นภายในและระหว่างประเทศต่อไป” นายพิศิษฐ์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน