นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ตลท. ได้ปรับปรุงเกณฑ์การกำหนดราคาเสนอซื้อขายสูงสุดและต่ำสุด (ซีลลิ่ง–ฟลอร์) และเกณฑ์การหยุดการซื้อขายโดยอัตโนมัติ (เซอร์กิตเบรกเกอร์) จากเดิมที่ 2 ระดับคือ ดัชนีหุ้นไทยลดลง 10% และ 20% หยุดพักการซื้อขาย มาเป็น 3 ระดับ คือ เมื่อดัชนีหุ้นไทยลดลง 8% หยุดซื้อขาย 30 นาที หากดัชนีหุ้นไทยลดลง 15% หยุดการซื้อขาย 30 นาที และเมื่อดัชนีหุ้นไทยลดลง 20% หยุดการซื้อขาย 60 นาที โดยหลังจากการทำงานระดับที่ 3 ของมาตรการเซอร์กิตฯ แล้วจะเปิดให้ซื้อขายต่อไปจนถึงเวลาปิดทำการปกติของรอบการซื้อขายนั้น ซึ่งถือเป็นการปรับมาตรการชั่วคราวจนกว่าตลาดจะเข้าสู่ภาวะปกติ เพื่อลดความผันผวนของภาวะตลาดในปัจจุบัน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2563 และไม่เกิน 30 มิถุนายน 2563 หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลท.ได้ปรับปรุงเกณฑ์การขายหุ้นโดยไม่มีของอยู่ในมือ (ชอร์ตเซล) ให้ทำได้เฉพาะในราคาที่สูงกว่าราคาซื้อขายล่าสุดเท่านั้น
“มาตรการดังกล่าวจะช่วยทำให้ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลดลงช้ากว่าเดิม แต่ไม่ได้ทำเพื่อต้องการปิดตลาด และไม่ได้เป็นการปิดการซื้อขายอย่างเดียว เพราะตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องการช่วยให้ตลาดหุ้นเกิดการขัดข้องน้อยที่สุด โดยช่วงนี้เป็นภาวะที่ต้องช่วยกันประคองเพื่อรอให้สถานการณ์โควิด-19 ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกกระทบไปทั่วโลกคลายตัวเสียก่อน ส่วนในวันนี้ที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดตัวที่ 1,035.17 จุด หรือลดลง 1% สอดคล้องกับตลาดอื่นๆ ในภูมิภาคที่มีทั้งปรับตัวลดลงมาก และปรับตัวลดลงน้อย โดยมีบางตลาดหุ้นเท่านั้นที่ปรับตัวขึ้น จากความผันผวนที่มีค่อนข้างมากและต่อเนื่องของตลาดหุ้นของสหรัฐ รวมถึงตลาดหุ้นในสหภาพยุโรป (อียู) โดยเฉพาะในช่วงของตลาดหุ้นไทยที่ปิดทำการด้วย” นายภากรกล่าว
นายภากรกล่าวว่า นอกจากนี้ เพื่อลดความเสี่ยงโรคโควิด-19 จึงขอความร่วมมือให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ โดยส่งเสริมให้หลีกเลี่ยงการจัดประชุมด้วยตัวเอง ซึ่งผู้จัดประชุมสามารถให้ผู้ถือหุ้นมอบฉันทะให้แก่กรรมการอิสระเข้าประชุมและโหวตแทน เพื่อให้ครบองค์ประชุมตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายได้
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่


