วันที่ 20 มีนาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นเคลื่อนไหวในแดนลบ โดยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ1,044.19 จุด ปิดตลาดภาคเช้าที่ระดับ 1,071.69 จุด ก่อนปิดตลาดภาคบ่ายที่ระดับ 1,127.24 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 83.05 จุดหรือ 7.95% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,133.56 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,070.05 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 93,027.61 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น นักลงทุนสถาบันในประเทศ ซื้อสุทธิ 7,923.90 ล้านบาท นักลงทุนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ซื้อสุทธิ 2,183.40 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศ ขายสุทธิ 8,901.22 ล้านบาท นักลงทุนทั่วไปในประเทศ ขายสุทธิ 1,206.07 ล้านบาท โดยดัชนีบวกน้อยสุด 25.86 จุด บวกมากสุด 89.37 จุด
โดยนายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ปรับตัวขึ้นมาสูงมาก สาเหตุคาดว่าเป็นการดีดตัวขึ้น (รีบาวด์) ของดัชนีหุ้น หลังจากร่วงแรงติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มสภาพคล่องของธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลก ซึ่งเป็นการอัดฉีดมาตรการและเม็ดเงินเข้ามาพร้อมๆ กัน ตลาดจึงปรับตัวขึ้นเพื่อตอบรับปัจจัยดังกล่าว
นายกรภัทรกล่าวว่า สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังถือเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง เพราะอาจจะกลับมากดดันตลาดได้ในระยะถัดไป โดยหากต่างประเทศรวมถึงไทย สามารถควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อไม่ให้พุ่งสูงขึ้นได้ ก็น่าจะช่วยเพิ่มความผ่อนคลายให้ตลาดได้ แต่หากยังไม่สามารถคุมได้ และพบผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ก็จะส่งผลกดดันตลาดหุ้นทั่วโลกต่อไป
“หุ้นที่ปรับขึ้นหนุนตลาดเป็นหุ้นกลุ่มน้ำมัน หลังจากปรับราคาลดลงแรงและส่งผลกดดันตลาดในช่วงที่ผ่านมา โดยสาเหตุที่หุ้นกลุ่มพลังงานปรับขึ้นมาได้ เป็นผลจากราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้นมาแรง หลังจากสหรัฐได้ออกมาเปิดเผยว่าจะมีการซื้อน้ำมันเข้าสต็อกเพิ่มขึ้น แต่ในระยะต่อไปยังต้องติดตามว่า ราคาน้ำมันจะไปทางใด เพราะขณะนี้ซาอุดิอารเบียและรัสเซีย ยังไม่สามารถตกลงกัน โดยหากมีการทำสงครามน้ำมันที่รุนแรงขึ้น ก็จะทำให้ราคาน้ำมันผันผวนอีกครั้ง สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตาม เป็นการออกมาตรการช่วยเหลือ เยียวยาของภาครัฐ ที่จะออกมาเพิ่มเติม และการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 25 มีนาคมนี้ ซึ่งต้องดูว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% หรือ 0.50%” นายกรภัทรกล่าว
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่


