นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประชุมฉุกเฉินนัดพิเศษประกาศลดดอกเบี้ยนโยบายเมื่อคืนวันที่ 21 มีนาคม คาดว่าการประชุมกนง.ในนัดปกติที่นัดประชุมวันที่ 25 มีนาคมนั้นไม่น่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยลงอีกแล้ว และมองว่าการปรับลดดอกเบี้ยของกนง. 0.25% ในครั้งนี้เหมาะสมแล้ว เพราะการลดดอกเบี้ยต้องนึกถึงผู้ฝากเงินด้วย หากดอกเบี้ยนโยบายลดต่ำกระทบต่อผู้ฝากเงินจะได้รับดอกเบี้ยน้อยลง เพราะแบงก์ต่างๆ ต้องลดดอกเบี้ยตามกนง.ทั้ง 2 ขา คือทั้งเงินฝากและเงินกู้

“หลายคนอาจมองว่ากนง.ลดดอกเบี้ยน้อยไป เมื่อเทียบกับธนาคากลางของสหรัฐ(เฟด) ที่ลดดอกเบี้ยลง 1% เหลือ 0% แต่สหรัฐนั้นมีการอัดคิวอีเพิ่ม ซึ่งในส่วนของไทยไม่มีนโยบายเรื่องคิวอี ดังนั้นการบริหารนโยบายการเงินจึงแตกต่างกัน หากกนง.ลดดอกเบี้ยทันที 50% จะกระทบต่อเงินฝาก 13 ล้านล้านบาทแน่นอน”นายชาติชายกล่าว
นายชาติชายกล่าวว่า อย่างไรก็ตามหากรัฐบาลไม่ต้องการให้ธนาคารปรับลดดอกเบี้ยลงในช่วงนี้ มีแนวทางหนึ่งที่สามารถทำได้คือ ลดเงินนำส่ง 0.47% ของเงินฝาก ที่เก็บจากธนาคารไปใช้กองทุนฟื้นฟูฯ ถ้าลดตรงนี้ได้จะทำให้ต้นทุนของธนาคารพาณิชย์ลดลง

ด้านนายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ธอส.คงต้องรอดูธนาคารอื่นๆ ก่อนว่าจะปรับลดดอกเบี้ยอย่างไร รวมถึงรอดูการประชุมกนง.วันที่ 25 มีนาคมด้วยว่าจะพิจารณาดอกเบี้ยเพิ่มเติมหรือไม่ คงยังไม่ตัดสินใจในเรื่องการปรับลดดอกเบี้ยในขณะนี้


