หน้าแรก เศรษฐกิจ ททท.รับตลาดนั...

ททท.รับตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติโตหลุดเป้าแน่นอน แต่ใจยังชื้น หลังมีตุนไว้แล้วกว่า 6 ล้านคน

23.03.20 | 12:40 น.
ยุทธศักดิ์ สุภสร

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปี 2563 จนถึงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ประมาณ 6 ล้านคน หากสถานการณ์โควิด-19 สามารถควบคุมได้ และนักท่องเที่ยวต่างชาติจะฟื้นกลับขึ้นมาได้ ประเมินว่าน่าจะเป็นช่วงไตรมาส 4/2563 ซึ่งก็ยังไม่แน่ใจว่าจะฟื้นขึ้นมาได้มากน้อยเท่าใด แต่มองว่าปีนี้ ตัวเลขนักท่องเที่ยวคงทำไม่ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปีที่ 40.8 ล้านคนแน่นอน โดยขณะนี้กรณีเลวร้ายที่สุดยังมองว่าจะมีตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ 30 ล้านคน ซึ่งตรงกับที่สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ประเมินไว้ โดยในปี 2564 ทุกครั้งที่เกิดวิกฤตและผ่านพ้นไปแล้ว ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติจะขยายตัวเพิ่มขึ้นสูงมาก จึงจะต้องหาทางว่าจะรับมือจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาแบบจำนวนมากๆ อย่างไร หรือการเข้ามาของต่างชาติ อาจจะเหลือแต่นักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ไม่ได้เข้ามาเน้นปริมาณเหมือนเดิมแล้ว

นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า เบื้องต้นมองว่ามี 4 ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการฟื้นฟูตัวเลขในภาคกาคท่องเที่ยว ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะยุติได้ช้าหรือเร็ว ได้แก่ 1.ความรุนแรงของการแพร่ระบาดโควิด-19 ยังไม่รู่ว่าจะแพร่กระจายไปถึงจุดใด ความรุนแรงจะมากน้อยสูงสุดในช่วงใด ซึ่งหากสถานการณ์การท่องเที่ยวในประเทศไม่ฟื้น การเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างประเทศก็จะลำบาก ซึ่งขณะนี้จีนได้ยืนยันว่าสามารถควบคุมโรคระบาดได้แล้ว และอนุญาตให้เดินทางท่องเที่ยวระหว่างมณฑลได้แล้ว สะท้อนให้เห็นว่า การท่องเที่ยวจะเริ่มขึ้นภายในประเทศก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อนำไปสู่การกระตุ้นในส่วนอื่นของประเทศต่อไป 2.ขึ้นอยู่กับการแพร่ระบาดในต่างประเทศด้วยเช่นกัน เพราะหากต่างประเทศไม่สามารถคุมได้ การอยู่ในกลุ่มประเทศเสี่ยง ก็ส่งผลทำให้คนไม่อยากเดินทางเข้ามาเที่ยวไทยด้วย หากสถานการณ์การแพร่ระบาดในระดับโลกไม่สามารถหยุดได้ ก็ส่งผลทำให้บรรยากาศไม่น่าเดินทาง คนไม่อยากออกเดินทาง เกิดข้อจำกัดในการเดินทาง

นายยุทธศักดิ์กล่าวต่อว่า 3.ความพร้อมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เนื่องจากรูปแบบการเดินทางท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงไป เกิดข้อจำกัดของภาคการท่องเที่ยวไทย โดยเชื่อมั่นว่าไม่มีประเทศใดที่ปฎิเสธการเข้ามาของจีน เพราะจีนเป็นประเทศที่ส่งออกพลเมืองไปเที่ยวยังประเทศต่างๆ ปีละหลายสิบล้านคน ซึ่งการเข้ามาของจีนต่อจากนี้ จะมองหาประเทศที่เดินทางเข้าไปแล้วมั่นใจในการมาตรการรับมือกับโรคระบาดได้ดี สามารถสร้างความเชื่อมั่นว่าเข้ามาแล้วจะไม่ติดไวรัสกลับไปอีก โดยจะต้องทำให้การดูแลด้านสุขภาพอนามัย และความปลอดภัยเป็นภาวะปกติได้ โดยจะต้องมีการจัดการด้านความปลอดภัย และสุขอนามัย ซึ่งททท.ได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณะสุข ในการจัดทำการจัดการด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย เพื่อให้เป็นแนวปฎิบัติให้กับแหล่งท่องเที่ยว ประกอบด้วย กิน เที่ยว พัก และประชุม โดยหลังจากนี้จะมีการออกใบรับรองมาตรฐานให้กับแหล่งท่องเที่ยว โรงแรม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เข้ารับบริการในระยะเริ่มต้น

นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า และ 4.การเดินทางท่องเที่ยวแบบมีความปลอดภัยในแง่ต่างๆ อาทิ การเดินทางในที่ปลอดภัยจากการติดเชื้อ และความปลอดภัยต่างๆ โดยต่อไปจะต้องมีข้อกำหนดใหม่ๆ ในการเดินทางท่องเที่ยวเข้ามา อาทิ เพิ่มเจลล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย โดยได้หารือกับเอกชน ในการหาแนวคิดใหม่ เพื่อไม่ให้กลับมายังจุดเดิม อาทิ การท่องเที่ยวแบบดาวกระจาย เพื่อเพิ่มความมั่นใจ และลดความเสี่ยงในการไปเป็นกลุ่มใหญ่ๆ เดินทางด้วยรถส่วนตัวหรือหากเป็นรถสาธารณะ ก็จะต้องลดจำนวนคนลง มั่นใจว่าคนที่เดินทางไปด้วยจะปลอดภัยจากความเสี่ยงทั้งหมด โดยในอนาคตการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบกรุ๊ปทัวร์ จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง โดยจะต้องลดความเสี่ยงและสร้างความปลอดภัยที่มีมาตรฐานมากขึ้น เพื่อสะท้อนความพร้อมของภาคการท่องเที่ยวไทย

“การทำตลาดและส่งเสริมการท่องเที่ยว มองไว้ 2 ข้อ คือ 1.การทำให้ประเทศไทยมีความปลอดภัย 2.ผู้ประกอบในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ต้องอยู่รอดปลอดภัยจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายได้ นึกภาพว่าสถานการณ์จะกลับมาปกติ แล้วไม่มีผู้ประกอบการเหลืออยู่ ภาคการท่องเที่ยวจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร โดยตอนนี้อยู่ในช่วงการกลัว 2 เรื่อง คือ 1.กลัวว่าข้างนอกจะแพร่ระบาดเข้ามา 2.กลัวการแพร่ระบาดไปทั่วประเทศของไทย ซึ่งจะต้องปิดการเดินทางทั้งหมด เพื่อลดความเสี่ยงในการกระจายเชื้อ จนกว่าจะสามารถตรวจหาเชื้อได้ว่า ปลอดภัยทั้งหมด จึงกลับมากระตุ้นและทำการท่องเที่ยวอีกครั้ง โดยขณะนี้ได้คุยกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในการเพิ่มทักษะให้กับคนที่ตกงาน ในการเพิ่มพัฒนาด้านการประกอบการ เป็นคอร์สระยะสั้น 7-10 วัน เพื่อให้อย่างน้อยคนเหล่านั้นมีรายได้ และสามารถเพิ่มศักภาพในตัวเองได้มากขึ้น” นายยุทธศักดิ์กล่าว

Advertisement

นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า ต่อจากนี้จะต้องติดปีกให้ผู้ประกอบการในด้านการตลาด โดยจะฝึกในเรื่องการทำตลาดออนไลน์ โดยมีแนวคิดในการทำตลาดเสมือนจริงในด้านการท่องเที่ยวขึ้นมา เพราะจะมีการจัดงานมหกรรมการท่องเที่ยวไทย หรือ Thailand Travel Mart 2020 ซึ่งภายในงานจะมีการนำผู้ประกอบการมาจับคู่ทางธุรกิจกับผู้ที่สนใจ ซึ่งในส่วนของผู้ประกอบการและผู้มีความสนใจ แต่ไม่สามารถมาร่วมงานได้ จะนำทั้ง 2 ฝ่ายเข้ามาในแพลตฟอร์มเสมือนจริงนี้ เพื่อให้มาเจอกันในช่องทางนี้ แต่อาจจะมีปัญหาในด้านเวลาที่แตกต่างกัน ซึ่งก็ต้องวางแผนในการจัดการต่อไป โดยขณะนี้แผนการทำตลาดหลังจากคุมโรคระบาดจบแล้ว มีอยู่แล้วใน ททท.ทุกตลาด ซึ่งเป้าหมายของ ททท.ในตลาดต่างประเทศ สามารถลดได้จนถึงที่สุด แต่เป้าการเดินทางของไทยเที่ยวไทยจะไม่ลด ขณะนี้ตั้งเป้าไว้โต 4% ประมาณ 167 ล้านคน-ครั้ง เพราะเชื่อว่าหลังจากสถานการณ์คลายตัวแล้ว ไทยเที่ยวไทยจะออกเดินทางได้ทันที ในส่วนของกำลังซื้อไม่ได้มีผลกับการเดินทางท่องเที่ยวมากนัก เพราะหากคนอยากเที่ยว ยังไงก็ต้องไป คือมีผลบ้างแต่ไม่ได้มีผลในเชิงนัยยะสำคัญมากขนาดนั้น