แนะรัฐดึงไฮเทค สู้ “โควิด19”

สถานการณ์ COVID-19 ที่นับวันจะทวีความรุนแรงและแพร่กระจายมากขึ้นเรื่อยๆ จากการแพร่กระจายจากผู้ที่เดินทางกลุ่มเสี่ยงและผู้ที่สัมผัสกับผู้ที่เดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยง มาเป็นการแพร่กระจายจากคนในชุมชน สู่เมือง ไปสู่ประเทศ หลังจากองค์การอนามัยโลกประกาศว่า COVID-19 เป็นโรคติดต่อร้ายแรง หรือ Pandemic รัฐบาลหลายประเทศมีมาตรการเข้มงวดต่างๆ เพื่อป้องกันพลเมืองของตัวเองอย่างสุดความสามารถ แต่เนื่องจากโรคนี้ติดต่อจากคนสู่คนได้ง่ายและขยายวงได้กว้างในเวลาอันสั้น ทำให้ทุกมาตรการที่ออกมาล้วนแล้วแต่เน้นการสร้างระยะห่าง ลดการสัมผัสกัน ลดการอยู่ในที่คนเยอะ แออัด

หลายประเทศในสหภาพยุโรปปิดประเทศ ปิดเมืองไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น อิตาลี ที่ขณะนี้มียอดผู้ติด ผู้ตาย มากกว่าประเทศจีนแล้ว ตามมาด้วยฝรั่งเศส สเปน ฯลฯ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ มีการกักตุนสินค้า ของกิน ของใช้ เพื่อใช้ในช่วงปิดเมือง เพราะไม่รู้ว่าจะออกมาใช้ชีวิตปกติ จับจ่ายใช้สอยได้อีกเมื่อไหร่ ทำให้สินค้าหลายรายการขาดตลาด ราคาสูงเกินจริง

รัฐบาลไทยเองก็มีมาตรการปิดสถานที่ต่างๆ ที่มีความแออัด เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของโรคนี้ และเน้นให้คนไทยมีระยะห่างทางสังคมหรือ Social Distancing ในการติดต่อสื่อสารกัน หากรัฐบาลเลือกใช้ยาแรงขึ้น ให้สามารถทำงานที่บ้านได้ (Work from Home) หรือไม่ต้องเดินทางมาทำงานที่สำนักงานด้วยก็จะช่วยป้องกันการแพร่ระบาด และลดความเสี่ยงการติดโรคได้อีกทางหนึ่ง

พฤติกรรมของคนไทยในปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยียุคดิจิทัลในการอำนวยความสะดวกและลดการเดินทางโดยการสั่งซื้อสินค้า สั่งอาหาร ผ่านแอพพลิเคชั่น เช่น Lineman GRAB FoodPanda Get Lazada และ Shopee เป็นต้น โดยไม่ต้องออกจากบ้าน เลือกซื้อ จ่ายเงิน และรอรับของส่งถึงหน้าประตูได้

พฤติกรรมเหล่านี้จะเพิ่มมากขึ้นแน่นอนในช่วงที่คนไม่ออกจากบ้านตามมาตรการของรัฐ ซึ่งดูเหมือนว่าจะสามารถป้องกันตัวเองและสังคมรอบข้างได้ดีแล้ว แต่อย่าลืมว่าของกินของใช้ที่สั่งผ่านแอพพลิเคชั่นเหล่านี้ ล้วนแต่ใช้ “คน” ที่เรียกว่า Rider ในการส่งทั้งสิ้น

Rider จะส่งสินค้าตามคำสั่งซื้อต่างๆ ด้วยมอเตอร์ไซค์ แต่ละวันหลายบ้าน พบปะ สัมผัส คนหลากหลาย และแน่นอนว่าหากมี Rider คนไหนเป็น COVID-19 หรือมีความเสี่ยง หรือเป็นพาหะ ก็ย่อมเกิดการแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ตัว

เพื่อสนับสนุนมาตรการ Social Distancing และเตรียมรองรับการเข้าสู่ระยะที่ต้องปิดประเทศ ให้คนทำงานที่บ้าน แต่ยังคงให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ร้านอาหาร ร้านขายของใช้และข้าวของต่างๆ ให้สามารถประกอบธุรกิจอยู่ได้ คนที่อยู่บ้านก็มั่นใจว่าจะไม่มีใครนำเชื้อโรคมาให้ครอบครัวตัวเอง ผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่น รัฐบาล กรมควบคุมโรค หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะร่วมกันมีมาตรการให้กลุ่ม Rider หรือผู้ส่งของกินของใช้เหล่านี้ ได้ผ่านการตรวจรับรองว่าปลอดเชื้อ ไม่มีความเสี่ยงแพร่กระจายโรค โดยอาจให้ Rider เข้ารับการตรวจจากสถานพยาบาล

เป็นระยะและแจ้งข้อมูลกับผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นทราบ ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ว่าได้รับของจาก Rider ที่ได้ผ่านการตรวจยืนยันแล้ว

การดำเนินการดังกล่าวผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นสามารถดำเนินการได้ทันที เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและมั่นใจให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการ

นอกจากนี้ ผู้ป่วยที่มีการรักษาโรคประจำตัว การติดตามอาการ หรือมีอาการเจ็บป่วยที่ไม่รุนแรง ก็มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อจากการออกจากบ้านของตนเองไปยังสถานพยาบาล ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น แพทยสภา กรมควบคุมโรค สถานพยาบาลและคลินิก อาจมีมาตรการร่วมกันในการนำประโยชน์ของเทคโนโลยี 5G มาใช้เพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าวผ่านการรักษาทางไกล (Telehealth) เช่น

การรักษาทางไกลผ่านระบบอินเตอร์เน็ตโดยที่หมอและคนไข้ไม่จำเป็นต้องอยู่สถานที่เดียวกัน โดยอาจเป็นการรักษาโรคหรืออาการเจ็บป่วยที่มิได้มีความซับซ้อนมาก เช่น เบาหวาน ตา ความดันโลหิต ผิวหนัง เป็นต้น คนไข้และหมอสามารถพูดคุยสอบถามอาการผ่านระบบ High-definition video ที่สามารถโต้ตอบกันได้แบบ Real time จึงทำให้หมอสามารถวิเคราะห์อาการได้อย่างแม่นยำและสะดวกมากขึ้น

การติดตามอาการผ่าน Connected wearable ที่มีการส่งข้อมูลสุขภาพ (เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ ความดัน พฤติกรรม อิริยาบถต่างๆ) แบบ Real time

ภายหลังจากที่หมอได้วิเคราะห์อาการแล้ว อาจมีการสั่งยาออนไลน์เพื่อให้คนไข้ซื้อยาที่ร้านขายยาหรือคลินิกใกล้บ้าน หรืออาจใช้ระบบขนส่งร่วมด้วย

ด้วยสถานการณ์ COVID-19 ที่ทวีความรุนแรงและแพร่กระจายขยายขอบเขตมากขึ้นเรื่อยๆ ภาคส่วนต่างๆ ต้องเร่งดำเนินการให้สังคม Digital Economy นั้นเกิดขึ้น ประเทศไทยจะต้องสร้างเศรษฐกิจที่ไม่หยุดนิ่งที่ปลอดภัยไร้กังวล หรือ Worry-free mobility economy เท่านี้ก็พร้อมรับมือ COVID-19 แล้ว ทำให้ไกลก็คือใกล้ได้อย่างสบายใจในที่สุด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“อัศวิน” ขอคนกรุงเทพฯ ให้ความร่วมมือ 7 มาตรการเลี่ยง “โควิด-19”
บทความถัดไปภาคใต้ตอนล่างพบผู้ป่วยวัณโรค 2 พัน 24 มี.ค.วันวัณโรคสากล “ยุติปัญหาวัณโรค” นำไปสู่ เมืองไทย ปลอดวัณโรค