นายภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) สายงานกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(บอร์ด กสท.) วันที่ 11 กรกฎาคม มีมติให้สำนักงานกสทช.ทำคำร้องยื่นไปยังศาลปกครองกลาง เพื่อชี้แจงกรณีการพักใช้ใบอนุญาตสถานีโทรทัศน์พีซทีวี ต้องยุติการออกอากาศเป็นเวลา 30 วัน ตามมติบอร์ด กสท. เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2559 เป็นคนละกรณีต่างกรรมต่างวาระกับมูลเหตุครั้งก่อนหน้านี้ ที่นำไปการเพิกถอนใบอนุญาตพีซทีวี ที่ศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้พีซทีวียังคงออกอากาศได้อยู่ เพื่อขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งตามเห็นสมควรต่อไป
” การที่นพ.เหวง โตจิราการ ผู้ดำเนินรายการช่องพีซทีวี ตั้งข้อสังเกตการระงับการออกอากาศมาจากคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ในด้านการกำกับดูแลมีกฎหมายระบุไว้ชัดอยู่แล้ว อีกทั้งที่ผ่านมาได้เชิญตัวแทนจากสถานีโทรทัศน์ช่องพีซทีวี พร้อมรับฟังความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านความมั่นคงและผู้บริโภค อีกทั้งโดยรวมแล้วใช้เวลานานและรอบคอบพอสมควร ฉะนั้นการลงโทษพีซทีวี จึงเป็นเพียงการบังคับใช้กฎหมายตามกระบวนการ” นายภักดี กล่าว
นายภักดี กล่าวว่า บอร์ด กสท. ยังมีลงโทษปรับทางปกครองแก่สถานีโทรทัศน์ช่อง จีเอ็มเอ็ม25 จำนวนเงิน 50,000 บาท เนื่องจากช่องจีเอ็มเอ็ม25 ออกอากาศเนื้อหาขัดต่อมาตรา 37 แห่งพ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ว่าด้วยการออกอากาศเนื้อหาที่ขัดต่อศีลธรรมอันดี ภายหลังเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ช่องจีเอ็มเอ็ม25 ได้ออกอากาศละครโทรทัศน์เรื่อง คลับฟลายเดย์ ทู บี คอนทินิว ตอนเพื่อนรักเพื่อนร้าย มีฉากการข่มขืนและการเอาหน้าหนึ่งในตัวละครแนบกับท่อไอเสียรถจักรยานยนตร์ ทั้งนี้ ยังแจ้งเพิ่มเติมไปยังช่องจีเอ็มเอ็ม25 ด้วยว่า ขอให้ปรับเรตละครจาก “ท” เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย เป็น “น 18” เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ควรได้รับการแนะนำ และให้ตัดทั้ง 2 ฉากดังกล่าวทิ้ง หากมีการนำละครเรื่องดังกล่าวกลับมาออกอากาศซ้ำหรือรีรัน
สำหรับกรณีที่สถานีโทรทัศน์อมรินทร์ทีวี ได้ยื่นคำร้องเพื่อความเป็นธรรมให้พิจารณาดำเนินการกับผู้ประกอบการบางรายที่เป็นช่องรายการในระบบความคมชัดมาตรฐาน(เอสดี) แต่มีการออกอากาศในรูปแบบความคมชัดสูง(เอชดี) โดยบอร์ด กสท. พิจารณาแล้ว ได้มีมติให้ แจ้งคำสั่งทางปกครองไปยัง บริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง จำกัด ให้ยุติการดำเนินการดังกล่าว ที่มีการออกอากาศช่องเวิร์คพ้อยท์ทีวีในระบบเอชดี ใน 30 วันนับตั้งแต่ได้รับคำสั่งทางปกครองจาก กสทช. ซึ่งหากครบกำหนดยังไม่ดำเนินการดังกล่าว จะมีโทษปรับวันละ 20,000 บาทจนกว่าจะมีการดำเนินการ
“วันที่ 7 สิงหาคม จะมีการลงคะแนนประชามติ ล่าสุดสำนักงานกสทช.ได้หารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(ก.ก.ต.) โดยได้มีความเห็นร่วมกันในการสอดส่องดูแลสถานีโทรทัศน์และสถานีวิทยุที่ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. หากพบว่ามีการออกอากาศเนื้อหาที่ขัดต่อกฎหมายบ้านเมืองว่าด้วยการลงประชามติ ทางกสทช.จะมีบทลงโทษตั้งแต่ปรับถึงพักใช้ใบอนุญาตแก่ช่องรายการนั้นๆ ทั้งนี้หลังจากนี้ กสทช.จะประชุมร่วมกันกับก.ก.ต.ทุกสัปดาห์ จนกว่าจะเสร็จสิ้นการลงประชามติ ” นายภักดี กล่าว

