หน้าแรก เศรษฐกิจ เอพีพร้อมโอนL...

เอพีพร้อมโอนLIFE ลาดพร้าว

24.03.20 | 16:11 น.

นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) เปิดเผยว่า พร้อมส่งมอบคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ LIFE ลาดพร้าว มูลค่าโครงการ 8,000 ล้านบาท จำนวน 1,615 ยูนิต ให้ลูกค้าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยโครงการ LIFE ลาดพร้าว นับเป็นหนึ่งในไฮไลท์โปรเจคร่วมทุนระหว่างเอพีและพันธมิตรญี่ปุ่น มิตซูบิชิ เอสเตท เรสซิเดนซ์ (บริษัทในเครือมิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป) ที่ประสบความสำเร็จในการเปิดขายตั้งแต่วันแรก ด้วยศักยภาพโครงการตั้งอยู่บนที่ดินที่ดีที่สุดในทำเลลาดพร้าว 1 ก้าวจากบีทีเอสห้าแยกลาดพร้าว โดยเฉพาะในปีนี้กับภาพการเติบโตของลาดพร้าว 2020 – อนาคตของวันนี้ (Ladprao 2020 – The Future is Now) ซึ่งเป็นทำเลที่เต็มไปด้วยศักยภาพและโอกาส ที่พร้อมต่อยอดทั้งการใช้ชีวิตและการลงทุน ที่จะเป็นทั้งย่านธุรกิจแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ และศูนย์กลางโครงข่ายการเดินทางระบบรางของประเทศไทยอย่างแท้จริง ล่าสุดเอพีได้เปิดบ้านต้อนรับลูกค้า LIFE ลาดพร้าว เข้าตรวจห้องชุดในเฟสแรกตามแผนที่วางไว้ (14-15 มีนาคมที่ผ่านมา) ลูกค้ากว่า 95% รับมอบห้องทันทีหลังตรวจเช็คในวันดังกล่าว นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่การันตีความเชื่อมั่นและความมั่นใจของลูกค้าต่อกระบวนการพัฒนาและส่งมอบคอนโดมิเนียมคุณภาพภายใต้มาตรฐานเอพีได้เป็นอย่างดี

นายขยล ตันติชาติวัฒน์ ผู้อำนวยการ บริษัท บางกอกซิตี้สมาร์ท จำกัด (บีซี) กล่าวว่า ทำเลลาดพร้าวปี 2020 ถือเป็นทำเลแห่งอนาคตของวันนี้อย่างแท้จริง (Ladprao 2020 – The Future is Now) โดยเฉพาะ 5 ปัจจัยหลักสำคัญ ที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดทั้งผู้ประกอบการให้เข้ามาลงทุน รวมถึงกระตุ้นความคึกคักตลาดคอนโดมิเนียม ทั้งลูกค้าเรียลดีมานด์รวมถึงความสามารถในการต่อยอดของกลุ่มนักลงทุน ได้แก่ (1) เป็นศูนย์กลางของการเดินทางและระบบขนส่งมวลชน นอกจากการเป็นจุดเชื่อมต่อของรถไฟฟ้าสายสีเขียวและรถไฟใต้ดินสายน้ำเงินแล้วที่ปัจจุบัน ยังเป็นที่ตั้งของสถานีกลางบางซื่อ ศูนย์กลางสายรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนที่กำลังจะสร้างเสร็จในปี 2564 ซึ่งถือเป็นเสมือนตัวผลักดันให้พื้นที่โดยรอบ เกิดการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งยังเป็น (2) ศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ ที่มีความพร้อมของพื้นที่อาคารสำนักงานเกรดเอและบีครอบคลุมกว่า 3 แสนตารางเมตร และเมื่อสถานีกลางบางซื่อสร้างเสร็จจะส่งผลให้เกิดพื้นที่อาคารสำนักงานแห่งใหม่อีกกว่า 1 แสนตารางเมตร ซึ่งคาดการณ์ว่าจะส่งผลให้มีการเพิ่มขึ้นของพนักงานออฟฟิศทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรวมกว่า 40,000 คน ทำให้มีผู้สนใจลงทุนในย่านนี้จำนวนมาก (3) ศูนย์กลางของสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย โดยเฉพาะศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าวที่มีผู้ใช้บริการมากกว่า 150,000 คน/วัน นอกจากนี้ยังมี (4) พื้นที่สีเขียวที่เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ถึง 3 แห่งเป็นปอดของกรุงเทพฯ โดยเมื่อนับพื้นที่รวมกันถึง 700 ไร่ หรือ 1.12 ล้านตารางเมตร และที่สำคัญทำเลลาดพร้าวยังถูกยกให้เป็นทำเลแห่งโอกาสของ (5) ตลาดคอนโดมิเนียมในแพ็คเกจราคาที่คุ้มค่า จับต้องและต่อยอดได้ทั้งลูกค้าเรียลดีมานด์และกลุ่มนักลงทุน

“หากพิจารณาข้อมูลจากบิ๊กดาต้าของบีซีย้อนหลัง 5 ปี พบการเปิดตัวของสินค้าคอนโดติดถนนหลักเส้นพหลโยธิน ตั้งแต่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินพหลโยธิน-สถานีรถไฟฟ้ารัชโยธิน ทั้งสิ้น 11 โครงการ จำนวน 8,263 ยูนิต ในราคาขายเฉลี่ย 145,000 บาท/ตร.ม. มียอดขายรวมแล้วกว่า 74% อย่างไรก็ตาม หากเจาะข้อมูลดีมานด์ในแต่ละสถานีพบว่า สถานีที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ สถานีบีทีเอสห้าแยกลาดพร้าวที่มีอัตราการตอบรับที่ดีที่สุด ด้วยยอดขายรวมกว่า 82% มียูนิตคงเหลือขายประมาณ 490 ยูนิตเท่านั้น เหตุเพราะเป็นโลเคชั่นที่ดีที่สุดเปรียบเสมือนศูนย์กลางของย่าน ขณะที่คอนโดมิเนียมในกลุ่มสินค้ารีเซลก็พบการปรับตัวของราคาขึ้นมาปีละประมาณ 8% เช่นกัน นอกจากนี้ ผู้ซื้อที่ต้องการลงทุนในการปล่อยเช่าและขายต่อให้ความสนใจในตลาดโซนนี้ไม่แพ้กัน เพราะผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าระยะยาว (Rental Yield) ของคอนโดฯ ในย่านนี้ พบอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 4-5% ซึ่งนับว่าราคาคอนโดมิเนียมในทำเลนี้ ยังเหมาะสมในการซื้อทั้งเพื่ออยู่อาศัยและเพื่อการลงทุนระยะยาว” นายขยลกล่าว