หน้าแรก เศรษฐกิจ เมกะโปรเจ็กต์...

เมกะโปรเจ็กต์ ดันความต้องการใช้เหล็กโต5% วสท.วอนรัฐทบทวนเลือกวัสดุ

11.07.16 | 17:54 น.
เอนก ศิริพานิชกร

นายเอนก ศิริพานิชกร ประธานสาขาวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) และประธานกรรมการวิชาการ คณะที่ 9 (กว.9) สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ประเทศไทยยุค 4.0 ต้องมีการพัฒนาประเทศ ก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งรถไฟฟ้า รถไฟทางคู่ ถนน และมอเตอร์เวย์ รวมทั้งสิ่งก่อสร้างอื่น เช่น อาคารสำนักงานและที่อยู่อาศัย เป็นต้น ทำให้ความต้องการใช้วัสดุและอุปกรณ์ก่อสร้างเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเหล็กสำเร็จรูปหรือเหล็กรูปพรรณ ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบการในประเทศ มีกำลังการผลิตเหล็กรูปพรรณสูงถึง 10 ล้านตัน แต่ใช้จริง 2 ล้านตัน ในจำนวนนี้สัดส่วน 85% เป็นเหล็กข้ออ้อยหรือเหล็กที่ใช้ในงานก่อสร้าง โดยเหล็กข้ออ้อยที่ผลิตด้วยกระบวนการผลิตทางความร้อนกว่า 90% ประทับมาตรฐาน “T” อีก 10% เป็นกระบวนการรีดเหล็กแบบดั้งเดิม ซึ่งเหล็กทั้งสองแบบมีคุณสมบัติเหมือนกันแต่มาตรฐานในชั้นคุณภาพจะแตกต่างกันตามกระบวนการผลิต คือ เป็น SD40 SD50 และ SD40T SD50T


“ผู้ผลิตส่วนใหญ่ได้ปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตมาเป็นการผลิตทางความร้อนแล้ว เพราะทันสมัยมากกว่า แต่การนำไปใช้ในหน่วยงานราชการ ยังติดปัญหาความแตกต่างเรื่องมาตรฐานในชั้นคุณภาพ เพราะหน่วยงานราชการยังกำหนดมาตรฐาน SD40 หรือ SD… เป็นหลัก ทำให้ขาดซัพพลายเหล็กใช้ในงานก่อสร้าง เพราะผู้ผลิตเปลี่ยนกระบวนการผลิตไปแล้ว และไม่สามารถใช้เหล็ก SD40T หรือ SD…T แทนได้ เพราะไม่ตรงคุณสมบัติตามที่กำหนด ตรวจรับงานก่อสร้างไม่ได้ ทำให้งานล่าช้า ดังนั้น วสท.จึงอยากให้หน่วยงานภาครัฐทำความเข้าใจกรณีดังกล่าว โดยอาจมีการเขียนว่าสามารถใช้เหล็กข้ออ้อยมาตรฐาน SD… และ/หรือ มาตรฐาน SD…T ในงานก่อสร้างได้ ” นายเอนก กล่าว

นายอดิศร สุขพันธ์ถาวร สมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์คไฟฟ้า กล่าวว่า แนวโน้มราคาเหล็กรูปพรรณปีนี้ ยังทรงตัว โดยช่วงที่ผ่านมาราคาลดลงอยู่ที่ 14 บาทต่อกิโลกรัม หรือ 14,000 บาทต่อตัน น่าจะเป็นราคาใกล้จุดต่ำสุดแล้วแต่ระยะต่อไปยังประเมินยาก เพราะต้องติดตามปัจจัยภายในประเทศและเศรษฐกิจโลกยังชะลอตัวอยู่ ส่วนกำลังการผลิตเหล็กข้ออ้อยในประเทศ ปัจจุบันมีกำลังการผลิต 2 ล้านตัน ความต้องการใช้ปีละ 1.4-1.5 ล้านตัน ประเมินปีนี้มีความต้องการใช้เพิ่มขึ้น 5% จากโครงการลงทุนภาครัฐ และน่าจะส่งให้ภาคเอกชนลวทุนตาม จะทำให้ความต้องการเหล็กข้ออ้อยปี 2560 เพิ่มขึ้นมาก แต่ราคายังทรงตัวต่อ เพราะการแข่งขันในตลาดสูงและมีผู้ประกอบการกว่า 100 ราย