หน้าแรก เศรษฐกิจ ครม.ไฟเขียวไท...

ครม.ไฟเขียวไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ 1 แสนล้าน คาดขายหน่วยลงทุน ธ.ค.นี้

12.07.16 | 18:41 น.

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม มีมติเห็นชอบรายละเอียดโครงสร้างกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ หรือทีเอฟเอฟ) ที่มีมูลค่ากองทุน 1 แสนล้านบาท โดยในระยะแรกกระทรวงการคลังนำเงินจากกองทุนรวมวายุภักษ์จำนวน 1 พันล้านบาท มาเป็นทุนตั้งต้นของทีเอฟเอฟ เพื่อขอจดทะเบียนจัดตั้งกองทุนกับคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในเดือนกรกฎาคมนี้ หลังจากนั้นดำเนินการแลกเปลี่ยนหุ้น (สวอปหุ้น) กองทุนรวมวายุภักษ์อีก 9 พันล้านบาท มาอยู่ในทีเอฟเอฟ รวมเป็นทุนตั้งต้น 1 หมื่นล้านบาท ที่เหลือ 9 หมื่นล้านบาท จะเปิดขายแก่ประชาชนทั่วไป นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนต่างประเทศ เท่าที่สำรวจพบว่ากลุ่มประกันภัย กับนักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจกันมาก เพราะกองทุนทีเอฟเอฟจะรับประกันผลตอบแทน คาดว่าจะเริ่มขายหน่วยลงทุนในเดือนธันวาคม 2559


“คงต้องให้ที่ปรึกษาทางการเงินพิจารณาในเรื่องผลตอบแทนว่าควรจะกำหนดเท่าใด ในเรื่องผลตอบแทนนี้จะมีการจัดตั้งกองทุนหมุนเวียนขึ้นมา และนำเงินปันผลจากวายุภักษ์ ที่ได้ปีละ 3-5 พันล้านบาท มาใส่ไว้ในกองทุนรวมก้อนหนึ่ง ถ้าผลตอบแทนทีเอฟเอฟไม่ดีจะให้กองทุนหมุนเวียนจ่ายผลตอบแทนตามอัตราที่กำหนด โดยจะมีการกำหนดผลตอบแทนขั้นสูง หากเกินกว่าที่กำหนดเงินจะไหลเข้าไปอยู่ในกองทุนหมุนเวียน ซึ่งผลตอบแทนทีเอฟเอฟจะมาจากผลตอบแทนของโครงการที่นำมาขายหน่วยลงทุน เช่นกรณีทางด่วนให้ผลตอบแทนปีละ 5-6% แต่มีความเสี่ยงคือจำนวนคนใช้น้อยผลตอบแทนอาจน้อยลง” นายเอกนิติกล่าว

นายเอกนิติกล่าวว่า นอกจากนี้ ครม.มีมติรับทราบโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่มีศักยภาพที่กระทรวงคมนาคมเสนอให้เข้าสู่กองทุนทีเอฟเอฟ ประกอบด้วย โครงการของกรมทางหลวง 2 โครงการ คือทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 สายกรุงเทพมหานคร-บ้านฉาง และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร อยุธยา-พัทยา
โครงการของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) คือ โครงการทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอก และกำลังพิจารณาโครงการอื่นๆ ร่วมด้วย ในเบื้องต้นมูลค่าของทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 และ 9 ถ้าเอามา 50% ของค่าผ่านทางในระยะเวลา 30 ปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านบาท ตรงนี้สามารถนำมาเป็นหลักทรัพย์เพื่อขายหน่วยงานลงทุนให้นักลงทุน และนำเงินดังกล่าวกลับไปสร้างทางหลวงโครงการอื่นๆ ได้