หน้าแรก เศรษฐกิจ สศค.แจงแนวทาง...

สศค.แจงแนวทาง ‘ช็อปเพื่อแม่’ ลดหย่อนภาษีจากการซื้อสินค้าโอท็อป 15,000 บาท

13.07.16 | 16:53 น.

นายพรชัย ฐีระเวช รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ในฐานะโฆษกสศค. เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2559 มีมติเห็นชอบหลักการมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมสินค้าโอท็อป เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านการใช้จ่ายของประชาชนในการซื้อผลิตภัณฑ์โอท็อป และสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับการซื้อสินค้าตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่รวมกันทั้งหมดแล้วไม่เกิน 15,000 บาท นั้น คาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายโอท็อปในช่วงเดือนสิงหาคมได้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท จากปกติขายกันอยู่ 8 พันล้านบาท โดยยอดขายโอท็อปภาพรวมอยู่ที่ 1 แสนล้านบาทต่อปี


นายพรชัย กล่าวว่า สินค้าที่นำมาลดหย่อนภาษีได้ต้องเป็นสินค้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม(แวต) อาทิ เกษตรแปรรูป หัตถกรรม เครื่องประดับ ส่วนสินค้าอาหารสด พืช ผัก ไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้เนื่องจากไม่เก็บแวต โดยสินค้าที่ลดหย่อนภาษีต้องเป็นสินค้าโอท็อป ที่ได้รับการรับรองและลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชน และต้องมีใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ ตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ในระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2559 โดยใบกำกับภาษีต้องระบุรายการว่าเป็นสินค้าโอท็อป

นายพรชัย กล่าวว่า ปัจจุบันมีร้านค้าโอท็อปที่ขึ้นทะเบียนกับกรมพัฒนาชุมชนประมาณ 4 หมื่นแห่ง แต่มีร้านค้าที่จดทะเบียนแวตกับกรมสรรพากรและสามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบได้เพียง 400 แห่ง ในระหว่างนี้ร้านค้าโอท็อปสามารถมาขอจดทะเบียนแวตเพิ่มเติมกับกรมสรรพากรได้ หรือไม่ก็สามารถนำสินค้าไปขายยังศูนย์จัดแสดงสินค้าโอท็อปที่มีกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ และสามารถนำไปวางขายในห้างสรรพสินค้าที่สามารถออกใบกำกับภาษีให้ได้ โดยขณะนี้มีสินค้าโอท็อปอยู่ประมาณ 8 หมื่นรายการ

นายพรชัย กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวจะก่อให้เกิดผลประโยชน์ในภาพรวมต่อเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านการใช้จ่ายของประชาชนในการซื้อผลิตภัณฑ์โอท็อป และกระจายรายได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในท้องถิ่น และชุมชน ซึ่งเป็นเศรษฐกิจระดับฐานรากที่มีห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ แรงงาน วัตถุดิบ วัสดุอุปกรณ์ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งยังเป็นการจูงใจให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบภาษีมากยิ่งขึ้น

Advertisement