นายเมอร์เรย์ ดาร์ลิ่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แม้เศรษฐกิจไทยชะลอตัว แต่ยอดขายกาแฟของร้านสตาร์บัคส์ในประเทศยังเติบโต โดยเห็นได้จากตั้งแต่ต้นปี 2559 มียอดขายเครื่องดื่มรวมทุกสาขาเฉลี่ย 3.5 ล้านแก้วต่อเดือน เพิ่มขึ้น 20% จากปี 2558 เป็นผลจากการจัดโปรโมชั่นใหม่ๆ ต่อเนื่องดึงดูดลูกค้า ประกอบกับการขยายสาขาใหม่และบริการรูปแบบใหม่ เช่น มีกาแฟหายากจากทั่วโลกมาให้ลูกค้าได้ลิ้มลอง ดังนั้น บริษัทจึงมีแผนเดินหน้าขยายสาขาในไทยอย่างต่อเนื่องและมีรูปแบบร้านหลากหลาย ทั้งแบบ ร้านสตาร์บัคส์ทั่วไป (สตาร์บัคส์ เอ็กซ์พีเรียนซ์) ร้านแบบไดร์ฟทรู สองแบบแรกตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และแบบร้านที่เป็นผู้นำที่เชี่ยวชาญด้านกาแฟ (สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ ลีดเดอร์ชิพ สโตร์) ซึ่งรูปแบบนี้จะรวมบริการครบวงจรทั้งร้านสตาร์บัคส์ทั่วไป และ/หรือบริการกาแฟคุณภาพพิเศษ หายาก มีจำนวนจำกัด (สตาร์บัคส์ รีเซิร์ฟ) และ/หรือบริการที่เปิดให้ลูกค้าเห็นวิธีชงประณีตบรรจงด้วยเครื่องชงหลายแบบ (สตาร์บัคส์ รีเซิร์ฟ เอ็กซ์พีเรียนซ์ บาร์) ไว้ในพื้นที่เดียวกัน ร้านแบบหลังสุดตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการใช้เวลาอย่างละเมียด (สโลว์ไลฟ์)” นายเมอร์เรย์กล่าว และว่า ครึ่งปีหลังปีนี้ตั้งเป้าขยายสาขาในไทยรวมทุกแบบเพิ่มอีก 20 สาขา จากปัจจุบันมี 262 สาขา และตั้งเป้าเปิดครบ 300 สาขาในปี 2561
“ในจำนวน 262 สาขา แบ่งเป็นร้านสตาร์บัคส์ทั่วไป 228 สาขา ร้านแบบไดร์ฟทรู 14 สาขา และสตาร์บัคส์ คอฟฟี่ ลีดเดอร์ชิพ สโตร์ 20 สาขา บริษัทมีแผนพัฒนายกระดับสาขาร้านที่มีอยู่แล้วให้กลายเป็นสตาร์บัคส์ คอฟฟี่ ลีดเดอร์ชิพ สโตร์มากขึ้น ให้เหมาะสมกับพฤติกรรมลูกค้าที่หวนกลับมาให้ความสำคัญกับกระแสสโลว์ไลฟ์เพิ่มขึ้น” นายดาร์ลิ่งกล่าว

