นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า คาดว่าการใช้จ่ายในช่วงวันหยุดยาวต่อเนื่อง 5 วัน ระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคม ตรงกับช่วงวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา จะมีเงินสะพัด 5,773.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นมูลค่าสูงสุดรอบ 5 ปีนับจากที่มีการสำรวจในปี 2555 ในจำนวนนี้เป็นการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวอย่างเดียว 10,000 ล้านบาท หรือ คิดเป็น 0.05% ของจีดีพี แม้ว่าจะไม่มากนัก แต่นับเป็นสัญญาณที่ดี สะท้อนว่าประชาชนมั่นใจว่าเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวแล้วจึงจับจ่ายใช้สอยสูงขึ้น แต่ก็ยังมองว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างช้าๆ หรือเป็นรูปตัวยู ช่วงแอ่งกระทะ และไตรมาส 3 เป็นต้นไป เศรษฐกิจจะฟื้นตัวเด่นชัดขึ้น
สำหรับพฤติกรรมวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางศาสนา ทำให้ชาวไทยยังใช้จ่ายเพื่อการทำบุญมากขึ้น เฉลี่ยใช้เงิน 4,571 บาทต่อคน เพิ่มขึ้น 59% ทั้งปริมาณและมูลค่าการใช้จ่าย ส่วนใหญ่ใช้จ่ายเพื่อซื้อของตักบาตรเฉลี่ย 436 บาทต่อคน เพิ่มขึ้น 33.5% รองลงมาคือ ทำบุญ 793 บาท เพิ่ม 35% ถวายเทียน 534 บาท เพิ่ม 45% ท่องเที่ยวในประเทศ 4,156 บาท เพิ่ม 62% ทำทาน 352 บาท เพิ่ม 34% เวียนเทียน 277 บาท เพิ่ม 31% ปล่อยนก/ปล่อยปลา 253 บาท เพิ่ม 38% เสี่ยงโชค/ซื้อสลาก/ซื้อหวย 986 บาท เพิ่ม 27% กลับบ้านต่างจังหวัด 2,842 บาท เพิ่ม 66.5% ทานอาหารนอกบ้าน 1,257 บาท เพิ่ม 53% และ เที่ยวห้าง 1,460 บาท เพิ่ม 63%
“การใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ยืนยันว่าประชาชนเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจฟื้นแล้วตั้งแต่ไตรมาส 2 แต่ฟื้นแบบอ่อนๆ และเข้าไตรมาส 3 ความเชื่อมั่นก็มีมากขึ้น หลังปัญหาภัยแล้งคลี่คลายลง ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น ทั้งข้าว ยาง อ้อย ทำให้ราคาเกษตรกรเพิ่มขึ้น กล้าใช้จ่าย ดูจากยอดซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น ช่วยหนุนให้บรรยากาศคึกคัก ขณะที่การท่องเที่ยวยังดี และการเบิกจ่ายภาครัฐในโครงการต่างๆ เริ่มลงสู่พื้นที่แล้ว กระตุ้นเศรษฐกิจดีขึ้นตามไปด้วย ขณะเดียวกันประชาชนคลายกังวลเรื่องเบร็กซิท ส่วนการลงประชามติรัฐธรรมนูญในไทย มองว่าไม่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะสั้นนี้”
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ครึ่งปีหลังการกระตุ้นเศรษฐกิจ รัฐบาลต้องเร่งเดินหน้าโครงสร้างพื้นฐาน เร่งเบิกจ่ายเงินงบประมาณ และมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาต่อเนื่อง ส่วนมาตรการช้อปช่วยชุมชน นั้น จะมีผลต่อเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างมาก โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวและมีสินค้าโอท็อป จะสร้างเงินสะพัดในพื้นที่ประมาณ 500-1,000 ล้านบาท ช่วง 1 เดือนที่มีมาตรการ หรือกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มอีก 0.1-0.3% ของจีดีพีพื้นที่นั้นๆ เช่นเดียวกับมาตรการช้อปช่วยชาติ และช่วยกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบมากขึ้นด้วย แต่อยากแนะนำให้ผู้ประกอบการชุมชนติดป้ายว่าสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ พร้อมโชว์ใบลงทะเบียนกับกรมพัฒนาชุมชน เพื่อให้ประชาชนทราบ

