หน้าแรก เศรษฐกิจ คลัสเตอร์ปิโต...

คลัสเตอร์ปิโตรฯขอบีโอไออืดครึ่งปีแค่4.5พันล. จับตารัฐพลิกแผนอัดเป้า

14.07.16 | 19:55 น.

นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการเร่งรัดนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในคลัสเตอร์ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พบว่า เอกชนตอบรับลงทุน รวม 36 โครงการ คิดเป็นเงินลงทุน 335,2558 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงจริงปี 2559 มูลค่า 241,177 ล้านบาท และคาดจะลงทุนหลังปี 2559 มูลค่า 114,081 ล้านบาท แต่ล่าสุดมีเอกชนยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) เพียง 3 โครงการ มูลค่า 4,550 ล้านบาท ดังนั้นช่วง 6 เดือนหลังจากนี้ รัฐบาลจะกระตุ้นให้เอกชนเร่งลงทุน และขจัดอุปสรรค เพื่อให้นักลงทุนยื่นลงทุนตามแผนที่ประกาศไว้


นางอรรชกา กล่าวว่า คลัสเตอร์ปิโตรเคมี ได้กำหนดเป้าหมายให้พลาสติกชีวภาพเป็นที่นิยมในไทย สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) จึงเสนอหลักเกณฑ์การพิจารณามาตรการส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพของนิติบุคคลที่มีที่มาของวัตถุดิบและความสามารถในการย่อยสลายเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถนำมาหักค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีนิติบุคคลได้ในอัตรา 200-300 % โดยต้องเป็นนิติบุคคลไทยที่จดทะเบียนการค้ากับกระทรวงพาณิชย์ มีการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพที่ผลิตภายในประเทศ โดยเฉพาะที่เป็นผู้ใช้ปลายทาง อาทิ ห้างสรรพสินค้า โรงแรม ร้านค้า สามารถนำค่าใช้จ่ายไปหักลดค่าใช้จ่ายของนิติบุคคลได้ โดยไม่สามารถโอนสิทธิและยื่นซ้ำได้

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือและแสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นที่ภาคเอกชนจะลงทุนตั้งโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพ แต่ขอซื้ออ้อยจากชาวไร่เองในราคาตลาดโลก ไม่ใช่ซื้อในราคาควบคุมที่รัฐบาลกำหนดให้ชาวไร่ได้เท่ากันทั่วประเทศ เพราะต้องการน้ำอ้อยในกระบวนการผลิต ประเด็นนี้อาจทำให้เกิดปัญหาราคาที่ลักลั่น และอาจเกิดปัญหาปริมาณอ้อยในระบบที่จัดสรรอยู่ในโควตาต่างๆ หลุดรอดออกไปนอกระบบ และหากให้ผู้ประกอบการพลาสติกชีวภาพนำน้ำอ้อยบริสุทธิ์ใช้เป็นวัตถุดิบหรือสารตั้งต้นในการผลิตพลาสติกชีวภาพ อาจติดกฎหมายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อ้อยและน้ำตาลทราย รวมทั้ง อาจติดขัดเรื่องข้อกำหนดการจัดตั้งโรงงานน้ำตาลใหม่ต้องมีระยะห่างกันไม่ต่ำกว่า 50 กิโลเมตร (กม.)

” ให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมไปดูรายละเอียด หารือกับชาวไร่ โรงงานน้ำตาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาข้อติดขัดต่างๆ รวมทั้งกฎหมาย เบื้องต้นอาจให้โรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพรับซื้อน้ำอ้อยไปก่อน เพราะในช่วงแรกอาจมีเอกชนลงทุนพลาสติกชีวภาพไม่มาก ต่อไปคงต้องกำหนดมาตรการจูงใจเพิ่มเติมให้เอกชนเข้ามาลงทุนมากขึ้น ” นางอรรชกา กล่าว

Advertisement