นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ผลกระทบต่อภัยแล้งเริ่มมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยอยากให้รัฐบาลประกาศให้ภัยแล้งเป็นภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการอย่างเร่งด่วน ประเมินว่าสถานการณ์มีความรุนแรงมากสุดในรอบ 40 ปี บนข้อมูลว่าปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนเพื่อการใช้ ที่เหลือปริมาณ16% เท่านั้น ทำให้ปริมาณสินค้าเกษตรเริ่มออกสู่ตลาดค่อนข้างน้อย และเริ่มมีปัญหาไม่มีผลผลิตป้อนเข้าสู่โรงงาน หากไม่เร่งดำเนินการแม้มีคำสั่งซื้อเพื่อส่งออกแต่อาจส่งออกไม่ได้ตามคำสั่งซื้อ ทั้งสินค้าข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด สับปะรด ปาล์ม ลำไย เป็นต้น
“หากรัฐบาลประกาศให้พื้นที่ที่ประสบภัยแล้งเป็นพื้นที่ประสบภัย จะทำให้ผู้ประกอบการนำไปเป็นเหตุผลในการเจรจาต่อรองกับผู้นำเข้าได้ถึงสาเหตุที่สินค้าไม่พอส่งออก หรืออาจส่งออกล่าช้า และเกษตรกรจะได้รับความช่วยเหลือทันท่วงที “นายวิศิษฐ์ กล่าว
นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า ขณะที่บางสินค้ามีแนวโน้มผลผลิตออกมามาก แต่ติดในเรื่องการขนส่งสินค้ากระจายในประเทศ และส่งไปต่างประเทศติดขัด เช่น การประกาศจำกัดการเข้าออกของแต่ละจังหวัด ทำให้การขนส่งข้ามพื้นที่ทำได้ยาก อีกทั้งต้องมีขั้นตอนเพิ่มในด้านการขออนุญาตเข้าออกพื้นที่ล่วงหน้า การกำหนดเวลาการเข้าออก เป็นต้น สำหรับการขนส่งสินค้าที่ในขณะนี้แต่ละพื้นที่มีการประกาศระเบียบเพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19 ของแต่ละจังหวัดแตกต่างกันไป หากเจ้าหน้าที่ยิ่งใช้มาตรการเพิ่มมากขึ้น จะส่งผลให้สินค้าเกิดการขาดตลาดเป็นวงกว้างการกำหนดระยะเวลาในการปิดถนนหรือเส้นทางขนส่งที่ไม่ชัดเจนทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถ ทราบถึงแนวทางปฏิบัติและวางแผนขนส่งได้
นายวิศิษฐ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการส่งออกไปต่างประเทศเหลือเพียงช่องทางเดียว คือ ทางเรือ อาจสร้างความเสียหายต่อการส่งออกสินค้าบางชนิด เช่น ทุเรียน ผลผลิตออกมากในเดือนเมษายนนี้ อาจทำให้ราคาตกต่ำ จากส่งออกได้ไม่ทันเวลา ซึ่งผู้ประกอบการอาจต้องมองหาการขนส่งแบบเช่าเหมาลำ เพื่อให้ผลผลิตทางการเกษตรสามารถส่งออกได้ให้มากที่สุดป้องกันผลผลิตล้นตลาดและลดเน่าเสีย

