หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘กรุงศรี คอนซ...

‘กรุงศรี คอนซูมเมอร์’ คลอดมาตรการอุ้มลูกค้าบัตรเครดิต-สินเชื่อบุคคล โอดยอดใช้จ่ายผ่านบัตรวูบ 9.4 หมื่นล้านบาท

14.04.20 | 16:49 น.

นายฐากร ปิยะพันธ์ ประธานกรรมการ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผู้ให้บริการด้านบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล เปิดเผยว่า ผลกระทบที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้บริษัทฯได้รับผลกระทบในแง่ของรายได้ โดยประเมินเบื้องต้นพบว่า ไตรมาสแรกของปี 2563 ที่ผ่านมา ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเคตดิตลดลงประมาณ 20% คิดเป็นเม็ดเงินอยู่ที่ 94,000 ล้านบาท สินเชื่อบัตรเครดิตลดลง 17% มูลค่า 24,000 ล้านบาท และสินเชื่อส่วนบุคคลลดลง 30% ส่วนไตรมาส 2/2563 หากเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2562 การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตจะลดลง 50% สินเชื่อส่วนบุคคลลดลงไป 30% โดยในเดือนเดือนเมษายน 10 วันแรก ลดลงกว่า 50% หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 โดยในไตรมาส 3/2563 ต่อให้กลับมาได้ก็คิดว่าคงจะลดลงประมาณ 30% ส่วนไตรมาส 4/2563 ต่อให้เปิดทุกอย่างครบหมด แต่ก็คาดว่าคงกลับมาไม่ได้เท่าเดิม ทำให้ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรทั้งปีนี้เทียบกับปี 2562 คาดว่าจะปรับลดลง 35-40% หรือในกรณีเลวร้ายสุดจะปรับลดลงถึง 50% จากที่ปกติการเติบโตของบัตรเครดิตจะเฉลี่ยอยู่ที่ 10% ทุกปี

“ในส่วนของหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในปัจจุบัน ปรับเพิ่มขึ้นจากผลกระทบของโควิด-19 ทำให้ตัวเลขเอ็นพีแอลของบัตรเครดิต เพิ่มขึ้นเป็น 1.6-1.7% เทียบกับปี 2562 อยู่ที่ 1.05% หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 0.70% สินเชื่อส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นเป็น 3.4% เทียบกับปี 2562 อยู่ที่ 2.5% หรือเพิ่มขึ้น 0.70-0.80% โดยหากธนาคารไม่ทำอะไรเลย คาดการณ์ว่าเอ็นพีแอลบัตรเครดิตจะเพิ่มขึ้นที่ 3% และเอ็นพีแอลของสินเชื่อส่วนบุคคลจะเพิ่มขึ้นที่ 6% โดยกลยุทธ์ในการบริหารจัดการต่อไป ในช่วงวิกฤตขณะนี้ บริษัทฯต้องกำเงินสดไว้มากๆ และลดค่าใช้จ่ายลง ในช่วงที่ไม่มีรายได้เข้ามามากนัก แต่รายจ่ายยังมีอยู่ โดยยอดลูกค้าใหม่ในช่วง 10 วันแรกของเดือนเมษายนหายไปกว่า 90% แล้ว จึงอยากเน้นย้ำในการดูแลคุณภาพสินเชื่อก่อน ส่วนการหาลูกค้าใหม่ มองว่าหลังจากสถานการณ์กลับมาปกติแล้วก็ค่อยกลับมาคุยกันใหม่อีกครั้ง” นายฐากรกล่าว

นายฐากรกล่าวว่า หลังจากนี้ไปจะไม่เหมือนเดิม เนื่องจากคาดการณ์ว่าตลาดจะหดตัวแรง โดยหากประเมินจากกลุ่มคนที่ตกงานจำนวนมาก ตามที่หลายอุตสาหกรรมคาดการณ์ไว้ ซึ่งปกติแล้วกลุ่มคนเหล่านี้จะเป็นลูกค้าของบริษัทฯ ทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มคนเหล่านี้จะไม่มีงาน ทำให้เมื่อมาขอสมัครบัตรเครดิตก็อาจจะไม่ได้รับอนุมัติ ส่วนอีกกลุ่มเป็นกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ ซึ่งปกติเมื่อเข้ามาในตลาดแรงงานแล้ว มีเงินเดือนก็จะเข้ามาสมัครบัตรเครดิต ซึ่งกลุ่มพวกนี้ก็จะชะลอตัวไป ขึ้นอยู่กับการได้งานหรือไม่ได้งาน รวมถึงกลุ่มลูกค้าเดิมที่ต้องการสมัครบัตรเพิ่มเติม ซึ่งคาดการณ์ว่าบรรยากาศของผู้บริโภคอาจจะลดความต้องการในการสมัครบัตรใหม่ลง ความต้องการคงจะไม่มากเหมือนปีที่ผ่านมา ทำให้อาจจะไม่เห็นการเติบโตของลูกค้าบัตรเครดิตใหม่ในปี 2564 คือยังมีอยู่ แต่ไม่ได้โตขึ้นเหมือนปีก่อนๆ โดยยกตัวอย่างลูกค้ากลุ่มที่การใช้จ่ายหายไปมากๆ ได้แก่ กลุ่มสายกายบินไตรมาส 1 หายไป 100% ไตรมาส 2 หายไป 90% โรงแรมหายไป 80% กลุ่มที่เกี่ยวกับกีฬาและฟิตเนส หายไป 80% โรงหนัง หายไป 100% ห้างสรรพสินค้า หายไป 60% ร้านอาหาร หายไป 70% ส่วนกลุ่มที่โตได้มากๆ เป็นออนไลน์ โต 40% กลุ่มสื่อสาร โต 36% ร้านขายยา โต 30% ซูเปอร์มาร์เก็ต โต 20% โรงพยาบาล โต 10%

นายฐากรกล่าวว่า บริษัทฯต้องการจะช่วยลดภาระของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ และพร้อมให้ความร่วมมือตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงทำโครงการ “เราจะก้าวผ่านไปด้วยกัน กับกรุงศรี คอนซูมเมอร์” โดยออก 3 มาตรการพิเศษ เพื่อเป็นทางเลือกในการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับลูกค้า ทั้งการให้ความช่วยเหลือแก่ลูกค้าในวงกว้าง ด้วยการลดยอดชำระขั้นต่ำต่อเดือนและการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 2 เดือน สำหรับลูกค้าทุกรายโดยมิต้องแจ้งความจำนง, รวมถึงการให้ความช่วยเหลือแก่ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม โดยเน้นกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบทางตรง เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม การบิน และบริการอื่นที่เกี่ยวเนื่อง รวมถึงลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางอ้อม ด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นกรณีพิเศษ เหลือ 12% สำหรับบัตรเครดิต และ 22% สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคล โดยลูกค้าต้องลงทะเบียนเพื่อขอรับพิจารณาความช่วยเหลือดังกล่าวผ่านแอปพลิเคชัน UCHOOSE ซึ่งจะได้รับการพิจารณาเป็นรายกรณี

นายฐากรกล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ มีรายละเอียดดังนี้ 1.ลดยอดชำระขั้นต่ำต่อเดือน โดยผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตจากเดิม 10% เหลือ 5%  ตามรอบบัญชีตั้งแต่ 1 เมษายน 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2564 สำหรับลูกค้าทุกราย โดยมิต้องติดต่อแจ้งความจำนง ส่วนผลิตภัณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคลจากเดิม 5% เหลือ 3% ตามรอบบัญชีตั้งแต่ 18 มีนาคม 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2564 สำหรับลูกค้าทุกราย โดยมิต้องติดต่อแจ้งความจำนง 2.พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 2 เดือนให้กับลูกค้าบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลทุกรายโดยมิต้องแจ้งความจำนงเป็นระยะเวลา 2 รอบบัญชี สำหรับลูกค้าทุกรายที่มีวันครบกำหนดชำระตั้งแต่ 14 เมษายน 2563 ถึง 12 มิถุนายน 2563 โดยดอกเบี้ยยังคงคำนวณตามอัตราปกติแบบลดต้นลดดอก สถานะบัญชีของลูกค้าในช่วงระยะเวลาดังกล่าวจะไม่เปลี่ยนแปลง 3.ปรับลดดอกเบี้ยเป็นกรณีพิเศษ เริ่มต้นเพียง 12% สำหรับลูกค้าในกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ โดยลูกค้าต้องลงทะเบียนแจ้งความจำนง และจะได้รับการพิจารณาเป็นรายกรณี โดยบัตรเครดิต รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษเหลือ 12% และลดภาระการชำระคืนด้วยการขยายการเวลาผ่อนชำระนานสูงสุด 48 เดือน ส่วนสินเชื่อส่วนบุคคล รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เหลือ 22% และลดการผ่อนชำระขั้นต่ำเหลือเพียง 3%

Advertisement

“ระหว่างที่พักชำระนั้น ดอกเบี้ยยังเดินอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่หากลูกค้าที่พักชำระแล้วไปต่อไม่ไหว ให้มาลงทะเบียนเพื่อปรับอัตราดอกเบี้ยได้ตั้งแต่วันที่ 15 เมษายนนี้ โดยจะเริ่มปรับดอกเบี้ยให้ตั้งแต่งวดวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป โดยฐานลูกค้ากรุงศรีคอมซูมเมอร์มีประมาณ 6 ล้านคน นับเป็นบัญชีประมาณ 8 ล้านบัญชี แบ่งเป็นบัตรเครดิต 3.7 ล้านคน ที่เหลือเป็นสินเชื่อส่วนบุคคล โดยบริษัทฯมีระแสเงินสดเตรียมสำรองไว้ 4-5 หมื่นล้านบาท เป็นกระแสเงินสดที่เตรียมไว้ในระยะ 2 เดือนที่ใช้มาตรการช่วยเหลือลูกค้าดังกล่าว โดยเตรียมไว้ในกรณีที่ลูกค้าไม่จ่ายเงินเข้ามาเลย แต่ก็มัลูกค้าที่สามารถจ่ายได้ตามจำนวนจริง ซึ่งไม่ได้มีผลกระทบอะไร โดยคาดการณ์ว่าจะมีลูกค้าร่วมมาตรการดังกล่าวประมาน 8 แสนราย ถึง 1.2 ล้านราย คิดเป็นสินเชื่อประมาณ 4 หมื่นล้านบาทที่จะได้รับการพักชำระ รวมถึงบริษัทฯเองได้มีการออกหุ้นกู้สำรองไว้บ้างแล้ว แต่หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อเกินกว่า 2 เดือนที่คาดไว้ ก็จะมีการพิจารณาอีกเพิ่มเติมต่อไป” นายฐากรกล่าว