สัจธรรม “มาม่า” สัจธรรมที่ “ดร.สมคิด” รู้ดี

สัจธรรม “มาม่า”

“ในอดีตเศรษฐกิจไม่ดี มาม่าจะขายดี แต่ปีนี้เศรษฐกิจมันแย่จนถึงขนาดคนไม่มีเงินจะซื้อมาม่ากิน ทำให้ยอดขายร่วงทั้งแบบซองและแบบถ้วย”

เป็นคำพูดของ “พิพัฒ พะเนียงเวทย์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ “ไทยเพรสซิเดนท์ฟู้ดส์” เมื่อเห็นตัวเลขยอดขาย “มาม่า” ในปี 2557

แต่ใครจะไปนึกว่าสถานการณ์ปี 2558 จะยิ่งหนักหนาสาหัสกว่าเดิม

ยอดขาย “มาม่า” เติบโตต่ำที่สุดในรอบ 44 ปี

ปี 2557 ที่ “พิพัฒ” ออกมาโวย ยังโต 1%

แต่ปีที่แล้ว โตแค่ 0.4%

เหตุผลก็คือเศรษฐกิจรวมไม่ดี กำลังซื้อในระดับรากหญ้าซึ่งเป็นตลาดใหญ่ลดลง

ทั้งที่ “มาม่า” ทุ่มงบการตลาดถึง 200 ล้านบาท

ใช้ “อั้ม-พัชราภา” เป็นพรีเซ็นเตอร์

แต่ก็ยังเอาไม่อยู่

ไม่กี่วันต่อมา “บุญชัย โชควัฒนา” ประธานกรรมการ “สหพัฒนพิบูล” พี่ใหญ่ของ “มาม่า” ก็ออกมาบ้าง

สินค้าในเครือ “สหพัฒน์” ตลาดใหญ่ คือ รากหญ้า

เขาเริ่มต้นด้วยการเชียร์รัฐบาลด้วยสำนวน “ป๋าเปรม”

…ประเทศไทยโชคดีที่มีนายกรัฐมนตรีที่จริงจังในการแก้ปัญหา

และมีรองนายกฯ ที่ออกมาตรการมาอย่างต่อเนื่อง

เชียร์ได้ 2 ประโยค “ความจริง” ในใจก็หลุดออกมา

“ปัญหาที่น่าห่วง คือ เงินที่บอกว่าจะกระตุ้นไปถึงไหนแล้ว โดยเฉพาะเกษตรกร ยิ่งถึงมือเร็วยิ่งดี อยากให้รัฐตรวจสอบว่าถึงมือประชาชนจริงหรือไม่”

ในฐานะนักบริหารมืออาชีพ “บุญชัย” ย่อมรู้ว่าผู้บริหารที่ดีไม่ใช่แค่ “สั่ง” เพียงอย่างเดียว

ต้องแปร “คำสั่ง” ให้เป็นจริงในเชิงปฏิบัติด้วย

แต่ประโยคเด็ดของ “บุญชัย” คือ ประโยคนี้

“ไม่อยากให้รัฐบาลกลัวคำว่าประชานิยม คำว่าประชาแล้วเขานิยมกันถือว่าดี อย่าไปกลัว”

กระจิบข่าวสายเศรษฐกิจที่นั่งฟังอดยิ้มไม่ได้ เพราะนึกถึงบทสัมภาษณ์เก่าๆ ของ “บุญชัย” ที่เคยโจมตีนโยบายประชานิยมของรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” อย่างหนัก

ทั้งที่นโยบายเหล่านั้น “ประชา” ก็นิยมชมชอบ

วันนี้ “บุญชัย” คงซาบซึ้งแล้วว่า การที่รัฐยอมขาดทุนเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อระดับรากหญ้า

…สำคัญเพียงใด

ที่น่าสนใจก็คือ “สมคิด” ไม่ใช่คนห่างไกลจากเครือสหพัฒน์

เพราะเคยเป็น “ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร” ของ “ไทยเพรสิเดนท์ ฟูดส์” มาก่อน

และเป็นที่ปรึกษาใหญ่ของ “บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา” พี่ใหญ่ตระกูล “โชควัฒนา”

“สมคิด” รู้ดีว่า “ดัชนีมาม่า” และตัวเลขยอดขายของสินค้าสหพัฒน์นั้นสะท้อนถึงอะไร

คำรำพึงของ “บุญชัย” จึงเป็นเสียงหนึ่งของความคิด “สมคิด”

อย่าแปลกใจที่รัฐบาลจะอัดฉีดเงินระลอกใหม่ 3.5 หมื่นล้าน ผ่านกองทุนหมู่บ้านที่จัดตั้งขึ้นสมัยรัฐบาล “ทักษิณ”

เพราะรู้ดีว่ากลไกที่เคารพอำนาจของประชาชนแบบนี้คล่องตัวที่สุด

เงินถึงมือประชาชนแน่นอน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon