หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘สมาร์ทคอนกรี...

‘สมาร์ทคอนกรีต’ เลื่อนประชุมผู้ถือหุ้นปี 63 หลังโควิด-19 ระบาดในวงกว้างมากขึ้น

16.04.20 | 10:37 น.

นายรังสี ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมาร์ทคอนกรีต จำกัด (มหาชน) (SMART) ผู้ผลิตและจำหน่ายอิฐมวลเบาด้วยระบบอบไอน้ำภายใต้ความดันสูงเพื่อใช้ในงานก่อสร้างและงานกั้นผนังอาคาร เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท มีมติอนุมัติเลื่อนวันและวาระการประชุมออกไปอย่างไม่มีกำหนด จากเดิมที่กำหนดไว้วันพฤหัสบดีที่23 เมษายน 2563 เวลา 10.00 . ห้องแสนสุข ชั้น 2 โรงแรมชลอินเตอร์ ถนนสุขุมวิท ตำบลบางปลาสร้อย อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี รวมถึงยังมีมติอนุมัติให้ยกเลิกวาระการเสนอจ่ายเงินปันผลประจำปี 2562 ยกเลิกวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิในการรับเงินปันผล ซึ่งเดิมกำหนดไว้เป็นวันที่ 7 พฤษภาคม 2563 และยกเลิกกำหนดวันจ่ายเงินปันผลประจำปี 2562 ซึ่งเดิมกำหนดไว้เป็นวันที่ 22 พฤษภาคม 2563

นายรังสีกล่าวว่า คณะกรรมการบริษัทจะพิจารณากำหนดวันประชุมและระเบียบวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2563 และพิจารณากำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 (Record Date) รวมถึงพิจารณาการจ่ายปันผลจากผลการดำเนินงานประจำปี 2562 อีกครั้งในช่วงเวลาที่เหมาะสม หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คลี่คลายหรือสิ้นสุดลง โดยจะแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบต่อไป

นายรังสีกล่าวว่า บริษัทพิจารณาว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย ได้แพร่ระบาดในวงกว้างและยกระดับความรุนแรงมากขึ้น ประกอบกับภาครัฐขอความร่วมมือภาคเอกชน ให้พิจารณาความจำเป็นในการจัดกิจกรรมที่มีลักษณะเป็นการรวมกลุ่มกันของคนจำนวนมาก เนื่องจากมีความเสี่ยงที่เชื้อจะแพร่ระบาดและกระจายสู่บุคคลทั่วไปได้โดยง่าย แม้ว่าบริษัทฯ จะมีการจัดเตรียมมาตรการเพื่อรองรับผู้ถือหุ้นที่จะมาร่วมประชุมแต่ด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีความไม่แน่นอน บริษัทจึงกังวลว่ามาตรการที่จัดเตรียมไว้อาจไม่สามารถรองรับความเสี่ยงของสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้อย่างเพียงพอ

บริษัทได้ตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้ถือหุ้นและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน เห็นสมควรให้เลื่อนการประชุมออกไปก่อนอย่างไรก็ตาม การเลื่อนการประชุมดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งบริษัทยังคงเดินหน้าตามแผนธุรกิจต่อไป อีกทั้งบริษัทได้มีการติดตามสถานการณ์ และเฝ้าระวังผลกระทบต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อนำมาปรับทิศทางการดำเนินธุรกิจและการควบคุมแผนงานต่างๆ มากขึ้น เพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดนายรังสีกล่าว