‘สรท.’ชี้ภาคธุรกิจยังกระทบหนัก แนะเจรจาเงื่อนไขส่งออกสินค้าร่วมกัน

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า สำหรับผลกระทบของธุรกิจในภาพรวมไทยรวมทั้งทั่วโลกยังได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องพึ่งพาการส่งออก ถึงแม้ว่าไทยยังสามารถผลิตสินค้าได้ แต่ใช่ว่าจะสามารถขายสินค้าได้มากขึ้น เนื่องจากหลายประเทศเริ่มซื้อสินค้าตามความจำเป็นมากขึ้น นอกจากนี้ ในเรื่องของระบบการขนส่งยังเป็นไปด้วยความลำบาก เพราะในหลายประเทศมีกฏระเบียบในการนำเข้าสินค้าไม่เหมือนกัน จึงอาจทำให้เกิดการติดขัดในบางขั้นตอนนำมาสู่ความล่อช้าของระบบการขนส่ง ซึ่งส่งผลเสียต่อการขนส่งสินค้าประเภทอาหารสด และผลไม้สด เป็นอย่างมาก

นายวิศิษฐ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ผู้ประกอบการยังต้องแบกภาระกับค่าขนส่งที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย อาทิ การขนส่งทางอากาศ หลังจากการประกาศหยุดบินของหลายสายการบินส่งผลให้ต้นทุนราคาค่าขนส่งเพิ่มขึ้น 6-10 เท่า เป็นต้น ส่วนทางบก ติดปัญหาในเรื่องของกฏเกณฑ์ในแต่ละพื้นที่ ที่มีการให้กักตัวคนขับ 14 วัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานของบริษัทค่อนข้างมาก ซึ่งวิธีขนส่งที่ดีที่สุดตอนนี้คือการขนส่งทางเรือ โดยปัจจุบันไทยยังสามารถส่งสินค้าไปทางประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม มาเลเซีย และจีน ได้แต่ก็ยังไม่ถือว่าทำได้ 100%

“สำหรับข้อเสนอแนะมองว่าตอนนี้แต่ละประเทศต้องมีการเจรจาเรื่องเงื่อนไขต่างๆ ให้เอื้อต่อการขนส่งมากขึ้น อาทิ เรื่องของการขนส่งอาหาร และอุกรณ์ทางการแพทย์ เป็นต้น ซึ่งการขนส่งของประเภทนี้ต้องมีเงื่อนไขที่ต่างจากสินค้าประเภทอื่น เวลานี้อาจจะต้องสนับสนุนซึ่งกันและกันเพิ่มมากขึ้น เพราะเข้าใจว่าแต่ละประเทศมีกฎระเบียบและขั้นตอนการขนส่งที่แตกต่างกันออกไป จึงต้องอาศัยความเข้าใจเพื่อให้ธุรกิจยังเดินหน้าต่อไปได้แบบไม่สะดุด” นายวิศิษฐ์กล่าว

นอกจากนี้ ในธุรกิจประเภทอื่นๆ อาทิ อุตสาหกรรมสิ่งท่อและเครื่องนุ่งห่ม อาจจะต้องปรับตัวมาผลิตหน้ากากอนามัยแบบผ้า และอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล หรือพีพีอี ให้มากขึ้นและเพียงพอต่อความต้องการในประเทศ ที่ตอนนี้เริ่มมีผลผลิตที่เพียงพอต่อความต้องการในประเทศแล้ว เชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ไทยจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิต และมากพอที่สามารถส่งออกสินค้าดังกล่าวไปประเทศที่ต้องการใช้ต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon