ไฟเขียวประกันภัยนาข้าว’63 หนุนชาวนาสู้ภัยธรรมชาติ เป้าหมาย44.7 ล้านไร่

ครม.อนุมัติประกันภัยขาข้าวปีผลิต’63 หนุนชาวนาสู้ภัยธรรมชาติ เป้าหมาย44.7 ล้านไร่

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2563 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบโครงการประกันภัยข้าวนาปีของปีการผลิต 2563 เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติให้แก่เกษตรกร ผู้เพาะปลูกข้าวนาปี ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ สำหรับ ปีการผลิต 2563 เป็นการดำเนินโครงการต่อเนื่องจากโครงการฯ ปีการผลิต 2554 – 2562 โดยคงรูปแบบการรับประกันภัยพื้นฐานในส่วนที่ 1 ซึ่งภาครัฐให้การอุดหนุน ค่าเบี้ยประกันภัยแก่เกษตรกร และการประกันภัยเพิ่มเติมในส่วนที่ 2 ซึ่งเป็นการประกันภัยภาคสมัครใจ เพื่อให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ มีส่วนร่วมในการรับภาระค่าเบี้ยประกันภัย

ทั้งนี้มีรายละเอียดที่สำคัญ เพิ่มเป้าหมายสำหรับการเอาประกันภัยพื้นฐานในส่วนที่ 1 จาก 30 ล้านไร่ ในปีการผลิต 2562 เป็นจำนวน 44.7 ล้านไร่ หรือคิดเป็น 75% ของพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปีทั่วประเทศ โดยแบ่งเป็น เกษตรกรที่เป็นลูกค้าสินเชื่อเพื่อการเพาะปลูกข้าวนาปีของปีการผลิต 2563 ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทุกราย จำนวนไม่เกิน 28 ล้านไร่ เกษตรกรทั่วไปในพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปีที่มีความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติต่ำ 594 อำเภอ จำนวนไม่เกิน 15.7 ล้านไร่ และ เกษตรกรทั่วไปในพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปีมีความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติปานกลางและสูง จำนวนไม่เกิน 1 ล้านไร่ และกำหนดเป้าหมายการประกันภัยเพิ่มเติมในส่วนที่ 2 จำนวน 1 ล้านไร่

นายลวรณ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้คงรูปแบบและประเภทภัยที่ได้รับการคุ้มครองเช่นเดียวกับ ในปีการผลิต 2562 โดยการรับประกันภัยพื้นฐานในส่วนที่ 1 มีวงเงินความคุ้มครองสูงสุด 1,260 บาทต่อไร่ สำหรับภัยธรรมชาติทั้งหมด 7 ประเภท ได้แก่ น้ำท่วมหรือฝนตกหนัก ภัยแล้ง ฝนแล้งหรือฝนทิ้งช่วง ลมพายุหรือพายุไต้ฝุ่น ภัยอากาศหนาวหรือน้ำค้างแข็ง ลูกเห็บ ไฟไหม้ และภัยช้างป่า และวงเงินความคุ้มครองสูงสุด 630 บาทต่อไร่ สำหรับภัยศัตรูพืชหรือโรคระบาด สำหรับเกษตรกรที่เอาประกันภัยในส่วนที่ 2 จะได้รับวงเงินความคุ้มครอง 240 บาทต่อไร่สำหรับภัยธรรมชาติทั้งหมด 7 ประเภทดังกล่าว และวงเงินความคุ้มครองเพิ่มเติม 120 บาทต่อไร่สำหรับภัยศัตรูพืชและโรคระบาด ทั้งนี้ เมื่อรวมวงเงินความคุ้มครองส่วนที่ 1 และ ส่วนที่ 2 แล้ว จะได้รับความคุ้มครอง 1,500 และ 750 บาทต่อไร่ ตามลำดับ

ทั้งนี้ รัฐบาลอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยให้แก่เกษตรกรทุกรายสำหรับการประกันภัยในส่วนที่ 1  ในอัตรา 58 บาทต่อไร่ และอุดหนุนเพิ่มเติมในส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรแสตมป์ทั้งหมด คิดเป็นงบประมาณรวม 2,910 ล้านบาท และ ธ.ก.ส. จะให้การอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยให้แก่เกษตรกรที่เป็นลูกค้าสินเชื่อเพื่อการเพาะปลูกข้าวนาปี ในอัตรา 39 บาทต่อไร่ ทั้งนี้ โครงการฯ ปีการผลิต 2563 สามารถเริ่มดำเนินการได้ทันทีหลังได้รับการอนุมัติโดยมติคณะรัฐมนตรี

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ณัฏฐพล’ ลั่น พร้อมขจัดคนไม่ดีออกจากศธ. หลังทราบเรื่อง ผอ.หื่น อนาจารน.ร.
บทความถัดไปครม.อนุมัติร่าง กม.เริ่มสำรวจสำมะโนประชากรใหม่ตามวงรอบ ชี้พิษโควิดทำล่าช้า 1 ปี