หน้าแรก เศรษฐกิจ ถอดรหัส&#8217...

ถอดรหัส’พร้อมเพย์’แผ่ว ความกังวลใจเจ้าของบช.!?

17.07.16 | 11:44 น.

หมายเหตุ – ความเห็นจากนักวิชาการถึงสาเหตุยังมีผู้กังวลเข้าใช้บริการพร้อมเพย์ของทางรัฐบาล เกิดจากสาเหตุใดบ้าง


กอบศักดิ์ ภูตระกูล

นักเศรษฐศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและตลาดทุน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

พร้อมเพย์คือระบบที่ไม่แตกต่างจากการทำธุรกรรมทางการเงินในปัจจุบันมากนัก ลูกค้าธนาคารสามารถเลือกได้ว่าจะผูกเลขบัญชีธนาคารไว้กับหมายเลขโทรศัพท์ หรือบัตรประชาชน จากเดิมเวลาโอนเงินผู้รับเงินจะบอกได้เฉพาะหมายเลขบัญชีธนาคารกับผู้จะโอนเงินให้เท่านั้น แต่ต่อจากนี้สามารถแจ้งหมายเลขบัตรประชาชนหรือหมายเลขโทรศัพท์ให้ผู้ต้องการโอนเงินได้ด้วย เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลเพราะเป็นการทำธุรกรรมในรูปแบบของการรับเงิน ไม่ใช่เพื่อการถอนเงิน แต่สิ่งที่ประชาชนเป็นห่วงตอนนี้คือข้อมูลส่วนตัวจะถูกเปิดเผยมากขึ้นหรือไม่ เพราะเอาบัญชีธนาคารไปผูกกับเลขบัตรประชาชน กรณีนี้หากภาครัฐต้องการตรวจสอบเส้นทางการเงินจริงๆ แม้จะไม่ผูกเลขบัญชีกับบัตรประชาชน ภาครัฐก็ตรวจสอบได้อยู่แล้ว เพียงแค่ขอข้อมูลไปที่ธนาคารทุกแห่งก็จะเห็นข้อมูลการทำธุรกรรม เนื่องจากการเปิดบัญชีธนาคารแต่ละครั้งทางธนาคารต้องขอเลขประชาชนไปประกอบการเปิด

นอกจากนี้ ส่วนตัวมองว่า การโอนเงินผ่านพร้อมเพย์ยังช่วยรักษาข้อมูลส่วนตัวเพิ่มขึ้นด้วย เพราะในอดีตหากไปรับงานบรรยายภายนอก เมื่อจบการทำงานผู้จัดงานที่ว่าจ้างจะต้องขอสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ถูกว่าจ้าง พร้อมทั้งให้ลงชื่อสำเนาถูกต้องเพื่อประกอบการเบิกจ่ายเงิน กรณีผู้ถูกว่าจ้างไม่ได้ลงกำกับว่าสำเนานี้จะนำไปใช้สำหรับธุรกรรมอะไร ก็อาจเกิดปัญหาว่าสำเนาบัตรประชาชนนั้นจะถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ แต่เมื่อมีระบบพร้อมเพย์การโอนเงินจะชัดเจนว่าได้โอนเงินไปที่หมายเลขบัตรประชาชนนี้โดยตรงจึงอาจไม่ต้องขอเอกสารประกอบการเบิกจ่ายเงินอีกครั้ง สำหรับมุมมองในฐานะที่เคยทำงานอุตสาหกรรมธนาคาร พบว่าก่อนหน้านี้มีบางธนาคารใช้วิธีการคล้ายพร้อมเพย์อยู่ก่อนแล้วด้วย

Advertisement

 

กอบศักดิ์ ภูตระกูล - ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์
กอบศักดิ์ ภูตระกูล – ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์

 

ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์

อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปัญหาที่ประชาชนอาจจะยังไม่สนใจเข้ามาลงทะเบียนใช้สิทธิพร้อมเพย์นั้น อาจจะเป็นแค่ช่วงแรกของการเปิดลงทะเบียน อาจแบ่งประชาชนเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.ประชาชนทั่วไป ยังไม่สนใจเรื่องนี้ ด้วยพื้นฐานรายได้อาจไม่สูงมากนัก รายได้กับรายจ่ายเป็นลักษณะเดือนชนเดือน กลุ่มนี้มีจำนวนค่อนข้างมาก และไม่ค่อยได้ทำธุรกรรมทางการเงินผ่านธนาคาร จึงไม่สนใจทำธุรกรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ตามที่รัฐบาลออกนโยบายมา

2.กลุ่มที่ใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟน และเล่นโซเชียลมีเดีย แต่เมื่อมีเลขบัตรประชาชนหรือหมายเลขเบอร์โทรศัพท์เข้าไปผูกมัดด้วย เกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัย เพราะหากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาระหว่างธุรกรรมทางการเงิน จะเกิดความเสียหายขึ้น จนไม่มีฝ่ายที่จะรับผิดชอบ และยังไม่มั่นใจในระบบอิเล็กทรอนิกส์ จึงขอไปดำเนินการทางธนาคาร หรือระบบที่คุ้นชินมากกว่า

เรื่องนี้ ต้องรอดูต่อไป โดยรัฐบาลต้องตั้งเป้าหมายจำนวนผู้จะใช้บริการพร้อมเพย์ให้สอดคล้องกับความเป็นจริง เพราะถือเป็นระบบที่ให้ประชาชนสมัครใจเข้ามาใช้บริการ ในอนาคตหากมีพบว่าคุณภาพระบบนี้ใช้ดีจริง ไม่มีปัญหาต่างๆ ตามมา จะเป็นตัวพิสูจน์ให้ประชาชนเข้ามาใช้เองโดยอัตโนมัติ ส่วนเรื่องค่าธรรมเนียม มองว่าไม่เป็นแรงจูงใจมากเท่าใด เพราะคนที่มีเงินไม่ค่อยมาก และไม่ค่อยโอนเงิน หรือทำธุรกรรมทางการเงิน ก็ไม่ได้สนใจอยู่แล้ว ส่วนกลุ่มที่มีเงินมาก ก็จะกังวลเรื่องความปลอดภัยและปัญหาที่ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นเป็นเรื่องสำคัญ ก็จะยอมเสียค่าธรรมเนียม หรือไปดำเนินธุรกรรมที่ธนาคารด้วยตนเองมากกว่า