“คลัง”ศึกษา3ทางเลือก จัดเก็บภาษีที่ดินที่ได้ประโยชน์จากโครงการรัฐ

17.07.16 | 19:44 น.

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีแนวคิดการเก็บภาษีจากที่ดินที่ได้ประโยชน์โครงการรัฐ ทำให้ราคาที่ดินดังกล่าวพุ่งสูงขึ้นว่า ขณะนี้มี 3 แนวทาง ซึ่งต้องศึกษาว่าแต่ละแนวทางมีข้อดีข้อเสียอย่างไร โดยแนวทางแรก เป็นแนวทางที่จะไม่กระทบต่อประชาชนเจ้าของที่ดินซึ่งได้รับผลประโยชน์จากโครงการลงทุนของรัฐ เช่น โครงการรถไฟฟ้า ทำให้ราคาที่ดินที่อยู่ใกล้แนวรถไฟฟ้าปรับสูงขึ้น ส่งผลให้เสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสูงขึ้น เช่น จากเดิมเคยเสียปีละ 1 พันบาท เป็นปีละ 3 พันบาท รัฐจะออกกฎหมายให้สามารถดึงภาษีส่วนเกิน คือ 2 พันบาท เข้ากองทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังได้รับภาษีเท่าเดิม คือ 1 พันบาท โดยรัฐอาจกำหนดว่าจะนำเม็ดภาษีส่วนเกินเข้ากองทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐเป็นระยะเวลาหนึ่ง เช่น 5 ปี หลังจากนั้น รายได้ตกเป็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

สำหรับแนวทางที่สอง คือ การกำหนดอัตราจัดเก็บเป็นเปอร์เซ็นต์ บนมูลค่าที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้น จากผลของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า ทางด่วน เป็นต้น ซึ่งอัตราดังกล่าวไม่ใช่เป็นภาษีตามปกติที่เก็บอยู่แล้ว แต่เป็นภาษีตัวใหม่ อัตราภาษี ดังกล่าว ขึ้นอยู่กับรัฐกำหนด โดยรัฐอาจกำหนดว่า ต้องการเม็ดเงินคืนมา 30 % ของมูลค่าโครงการที่ลงทุนไปในพื้นที่ดังกล่าว ก็กำหนดอัตราภาษ๊ที่จะทำให้ได้เม็ดเงินในสัดส่วนที่กำหนด

แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับแนวทางที่สาม คือ การใช้อำนาจรัฐออกกฎหมายเวนคืนที่ดินรอบโครงการ เช่น รอบสถานีรถไฟฟ้าในรัศมีตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อนำที่ดินที่ถูกเวนคืนมาดังกล่าวไปพัฒนาเพิ่มมูลค่าเพิ่ม ซึ่งแนวทางนี้จะทำให้รัฐมีรายได้มากที่สุด แต่เป็นแนวทางที่ยากสุด เนื่องจากเจ้าของที่ดินจะไม่ยอมให้ถูกเวนคืน นอกจากนี้ตามกฎหมายเวนคืนในปัจจุบัน ระบุไว้ชัดว่า การเวนคืนที่ดินจากประชาชนนั้น จะทำได้เฉพาะเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

” แนวคิดการออกกฎหมายภาษี เนื่องจากกระทรวงการคลัง มองว่า ที่ผ่านมาเจ้าของที่ดินจำนวนมากได้รับผลประโยชน์จากโครงการลงทุนของรัฐ เช่น โครงการรถไฟฟ้า ทำให้ราคาที่ดินพุ่งสูง และสามารถสร้างผลประโยชน์จากที่ดินเพิ่มสูงขึ้น โดยที่ประชาชนทั่วไป ที่เป็นเจ้าของภาษี ไม่ได้รับผลประโยชน์จากโครงการที่ใช้เม็ดเงินภาษีของรัฐลงทุน ดังนั้นเจ้าของที่ดินที่ได้รับประโยชน์จากโครงการลงทุนของรัฐ สมควรต้องจ่ายภาษีเพิ่มเติมให้แก่รัฐ เพื่อนำเงินที่ได้ไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศต่อไป ” แหล่งข่าว กล่าว