อุตฯยานยนต์วอนรัฐเยียวยาหลังยอดขายในประเทศลดลง 41% แนะใช้โมเดล ตปท. ใช้รถเก่าแลกใหม่กระตุ้นตลาด
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การผลิตจำนวนรถยนต์เดือนมีนาคม 2563 อยู่ที่ 146,812 คัน ลดลงจากเดือนมีนาคม 2562 คิดเป็น 26.16% ช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2563 อยู่ที่ 453,682 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2562 คิดเป็น 19.2% ขณะที่ยอดขายรถยนต์เหลือเพียง 60,105 คัน ลดลง 41.74% จากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และช่วง 3 เดือน มียอดขาย 200,064 คัน ลดลง 24.09% ขณะที่การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 89,795 คัน ลดลง 23.71% ลดลงในตลาดเอเชีย โอเชียเนีย ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ และยุโรป เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าชะลอตัวลง รวมถึงผลกระทบจากโควิด-19 และช่วง 3 เดือน ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 250,281 คัน
“จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะเดิมปีนี้ตั้งเป้าผลิตรถยนต์ทั้งประเทศ 2 ล้านคัน ต่อมาลดเหลือ 1.9 ล้านคัน แต่ล่าสุดมีความเป็นไปได้สูงที่จะเหลือเพียง 1.4 ล้านคัน แบ่งเป็นขายในประเทศ 7 แสนคัน และส่งออก 7 แสนคัน แต่หากสถานการณ์โควิด-19 ยืดเยื้อไม่จบและลากยาวไปถึงเดือนกันยายน ถึงเวลานั้นคงต้องปรับเป้าการผลิตเหลือเพียง 1 ล้านคัน แบ่งเป็นขายในประเทศ 5 แสนคัน และส่งออก 5 แสนคัน ซึ่งสถานการณ์เช่นนั้นน่ากังวล เพราะอาจส่งผลให้เกิดการเลิกจ้างชั่วคราวจากพนักงานในระบบทั้งผู้ผลิตรถยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ประมาณ 7.5 แสนคนได้เช่นกัน ไม่รวมพนักงานอื่นๆ อาทิ โชว์รูม ช่างซ่อมรถ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแผนธุรกิจแต่ละรายด้วย” นายสุรพงษ์กล่าว
นายสุรพงษ์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผู้ผลิตรถยนต์กำลังหารือกันถึงมาตรการกระตุ้นตลาดให้กลับมาปกติ ทั้งดำเนินการเอง และเสนอรัฐบาลให้ช่วยเหลือ ยกตัวอย่างในประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา มีนโยบายนำรถเก่าแลกรถใหม่ และรัฐสนับสนุนวงเงินช่วยผู้ซื้อรถ นโยบายนี้ประสบความสำเร็จจนหลายประเทศทำตาม หรืออย่างไทยเคยมีมาตรการรถคันแรก ตอนนั้นทำให้เศรษฐกิจเติบโต ผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) ขยายตัวอย่างมาก จากคาดการณ์ขยายตัว 5% เป็นขยายตัว 6.5% ดังนั้น ต้องอยู่ที่รัฐบาลว่าจะพิจารณามาตรการช่วยเหลืออุตสาหกรรมยานยนต์อย่างไร ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศ

