ส.ผู้สื่อข่าวศก.แจ้งความคืบหน้าคดีปลอมแปลงเอกสาร ระบุอัยการแนะให้แยกฟ้องอีกคดี
รายงานข่าวจากสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจแจ้งว่า เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2563 คณะกรรมการสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจชุดปัจจบันได้มีหนังสือแจ้งสมาชิกถึงความคืบหน้าคดีที่สมาคมฯ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องร้อง ผู้ต้องหา (อดีตเจ้าหน้าที่ตำแหน่งรองผู้จัดการ และฝ่ายบัญชีของสมาคมฯ) คดีปลอมและใช้เอกสารปลอม และลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างหรือที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้าง โดยมีรายละเอียดคือ
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา นายถิรพุทธิ ์ เปรมาประยรูวงศา นายกสมาคมฯ พร้อมดว้ย นายกฤษณะพงศ์ พงศ์แสนยากร อุปนายก 1 และ นางสาวหฤทัย นันทะวงศ ์ ผู้จัดการสมาคมฯ ได้เข้าหารือกับอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีอาญา 7 ซึ่งรับผิดชอบคดีนี้ เพื่อตรวจสอบ เอกสารในขั้นตอนสุดท้ายให้เอกสารประกอบคำสั่งฟ้องมีความครบถ้วนทุกกรรมวาระของการกระทำผิดโดยขณะนี้ กรรมการสมาคมฯ ได้ส่งเอกสารให้เพิ่มเติมครบถ้วนสำหรับคดีชุดแรกวงเงินความเสียหาย 17.7 ล้านบาท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้ กรรมการ สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ มีสาระสำคัญที่ต้องแจ้งสมาชิกทราบถึงข้อแนะนำ ที่อัยการคดีมีให้กับกรรมการสมาคมฯ ในการแยกฟ้องคดีระหว่างคดี ที่ได้ฟ้องร้องผ่านพนักงานสอบสวนไปก่อนหน้านี้ จนมีการส่งสํานวนหลักฐาน เอกสารของคดีถึงชั้นอัยการมูลค่าความเสียหาย 17.7 ล้านบาท โดยเป็นการฟ้องร้องจำเลยใน ข้อหาปลอมและใช้เอกสารปลอม และลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างหรือที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้าง ตามที่หลักฐานชุดแรกปรากฎชัดเจน
ส่วนความเสียหายที่ตรวจพบเอกสารเพิ่มเติมจากผู้สอบบัญชี เป็นมูลค่าเสียหายอีกประมาณ 11 ล้านบาท (รวมเป็นความ เสียหาย 28.6 ล้านบาท) ตามที่กรรมการสมาคมฯชุดที่ผ่านมา ไดร้ายงานให้สมาชิกทราบในการประชุมสามัญไปแล้วนััน ในส่วนนี้ อัยการคดีฯ ขอให้มีการแยกฟ้องเป็นอีกหนึ่งคดี เพราะหากมีการนาํหลักฐานเอกสารที่ตรวจพบใหม่ ไปรวมกับคดีเก่าก็จะทำให้คดีชุดแรกเกิดความล่าช้าไปอีกมาก เนื่องจากการดึงคดีความเสียหาย 17.7 ล้านบาทไว้เพื่อนาํมารวมกับหลักฐานใหม่ที่ตรวจพบเพิ่มจะต้องมีการรวบรวมเอกสารหลักฐาน สอบปากคำทำสำนวนใหม่ ตั้งแต่ชั้นพนกังานสอบสวนยิ่งจะทำให้คดีล่าช้าออกไปอีกหลายเดือน ดังนั้น ด้วยคำแนะนำของอัยการคดีฯ ดังกล่าว กรรมการสมาคมฯ ชุดปัจจุบันได้มีมติฯให้มีการแยกฟ้องระหว่างคดีชุดแรก กับคดีที่มีการตรวจพบหลกัฐานเพิ่มเติมซึ่งหลังจากนี้ เมื่อมีการจัดหาทนายใหม่แทนทนายคนเดิม ที่ถอนตวัจากคดีออกไปได้แล้วก็จะ มีการแจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวนและจัดสำนวนดำเนินคดี ในข้อหาปลอมและใช้เอกสารปลอม และลักทรัพย์ที่เป็นของ นายจ้างหรือที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้าง กับจำเลยเพิ่มเติมอีก 1 คดีแน่นอน
ส่วนขั้นตอนของการดำเนินคดี ในข้อหาปลอมและใช้เอกสารปลอม และลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างหรือที่อยู่ ในความครอบครองของนายจ้าง มูลค่าความเสียหาย 17.7 ล้านบาทั้น อยัการประเมินขั้นตอนของเวลาว่าจะสามารถส่งฟ้องจำเลยต่อศาลได้ ประมาณกลางเดือนมิถุนายน 2563 และก่อนที่จะมีการสั่งฟ้อง อัยการจะส่งเอกสารให้ทางสมาคมฯกรอกเอกสารยืนยันขอใช้สิทธิของสมาคมฯ ในการเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่ง เมื่อคดีอาญาสิ้นสุดด้วย ทั้งนี้ อัยการยอมรับว่าสถานการณ์ช่วงเวลานี้ที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID -19) ทำให้การนัดหมาย ดำเนินการระหว่างอัยการและการนัดพร้อมของศาลค่อนข้างนัดห่างทำให้เกิดปัญหาล่าช้าบ้าง แต่กรรมการสมาคมผู้สื่ข่าวเศรษฐกิจชุดปัจจุบันยืนยันว่าจะไม่นิ่งนอนใจและจะพยายามเร่งรัดให้คดีมีความคืบหน้าโดยเร็วที่สุด
คณะกรรมการสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ประจำปี 2563

