นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศในกลุ่มอาเซียนเริ่มตื่นตัวต่อการควบคุมการค้าสินค้ายุทธศาสตร์ รวมถึงสินค้าที่ใช้ได้สองทางเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสินค้าที่ใช้ได้สองทาง หมายถึง สินค้าที่สามารถนำไปใช้ได้ทั้งทางพาณิชย์และทางทหาร โดยการนำไปใช้ออกแบบ พัฒนา ผลิต ดัดแปลง เพื่อให้ได้มาซึ่งอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง อาทิเช่น เส้นใยคาร์บอนไฟเบอร์ มาราจิ้งสตีล (Maraging Steel) เครื่องวัดความเร่ง สารโปแตสเซียมไซยาไนด์ เป็นต้น
โดยล่าสุดฟิลิปปินส์ ได้ออก พ.ร.บ. การบริหารการค้ายุทธศาสตร์ (Strategic Trade Management Act 2015) ให้อำนาจกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมแห่งฟิลิปปินส์ (Department of Trade and Industry : DTI) เป็นหน่วยงานหลักในการกำกับดูแลการส่งออก นำเข้า ส่งกลับ ถ่ายลำ ผ่านแดน การเป็นคนกลาง การดำเนินธุรกรรมทางการเงิน การควบคุมเทคโนโลยี และการส่งออกไปยังบุคคลหนึ่งไปอีกบุคคลหนึ่งในประเทศปลายทางที่มีต้นทางการส่งออกจากฟิลิปปินส์ (Reassignment)
พร้อมทั้งกำหนดบัญชีสินค้าควบคุม 3 บัญชี ได้แก่ 1. บัญชีสินค้าทางการทหาร (Military Goods List) 2. บัญชีสินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-Use Items: DUI) ซึ่งสองบัญชีแรกใช้บัญชีสินค้าควบคุมของสหภาพยุโรปเป็นแนวทาง และ 3. บัญชีการควบคุมสินค้าแห่งชาติ (Nationally Controlled Goods) ซึ่งเป็นบัญชีสินค้าที่กำหนดเฉพาะภายใต้ความมั่นคงของประเทศ นโยบายต่อต้านการการก่อการร้าย การควบคุมอาชญากรรม และความปลอดภัยของสาธารณะ
“ผู้ประกอบการควรศึกษาและปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ โดยฟิลิปปินส์แบ่งระยะดำเนินการออกเป็น 2 ช่วง โดยช่วงแรกปี 2563 จะเปิดให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องมาขึ้นทะเบียน และระยะถัดไปจนถึงปี 2564 เริ่มทยอยควบคุมกิจกรรมต่างๆ อาทิ การส่งออก นำเข้า ส่งกลับ ถ่ายลำ ผ่านแดน ตามความเหมาะสมต่อไป ” นายกีรติ กล่าว
นายกีรติ กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการฟิลิปปินส์มาขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกสินค้าสองทางกับสำนักการจัดการการค้ายุทธศาสตร์ (STMO) ภายใต้การกำกับดูแลของ DTI แล้วกว่า 20 ราย คาดมีผู้ประกอบการมาขึ้นทะเบียนกว่า 600 ราย และจะเปิดให้ผู้ประกอบการขออนุญาตส่งออกได้ในเดือนกรกฎาคม 2563 ซึ่งฟิลิปปินส์นับว่าเป็นประเทศที่3 ในอาเซียนที่ได้ดำเนินการตามข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ 1540 (UNSCR 1540)
นายกีรติ กล่าวว่า ในส่วนของไทยอยู่ระหว่างการจัดทำร่างกฎหมายอนุบัญญัติภายใต้ พ.ร.บ.การควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. 2562 รวมถึงพัฒนาระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (e-TCWMD) เพื่อรองรับและอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการในการปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว ซึ่งแนวทางการกำหนดมาตรการของไทยจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป เช่นเดียวกันกับฟิลิปปินส์ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการค้าจนเกินความจำเป็น ซึ่งไทยมีแผนที่จะเริ่มให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องมาขึ้นทะเบียนในระบบ e-TCWMD ได้ภายในปี 2563

