‘จุรินทร์’ แจงเกษตรกรได้สิทธิ ประกันรายได้และเยียวยา 5 พัน จี้เพิ่มเงินโค่นยาง

2.05.20 | 14:18 น.

ที่ศูนย์ราชการจังหวัดพังงา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวขณะประชุมเพื่อติดตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางพาราจังหวัดพังงา ว่า ในเรื่องปริมาณยางพารากับการใช้ยางพาราในโลก ยังไม่สมดุลกับความต้องการของตลาดโลก คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) มีนโยบายโค่นยางหนึ่งแถวไปปลูกพืชเศรษฐกิจอื่น ต้องยอมรับว่าเกษตรกรสูญเสียรายได้ แต่เป็นการลดปริมาณผลผลิตเพื่อที่จะได้ไม่ทำให้ผลผลิตล้นตลาด ทางการยางต้องมีเงินชดเชย ทำให้ทุกวันนี้มีนโยบายรัฐ ถ้าโค่นยางหนึ่งแถวไปปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นจะได้รับเงินสงเคราะห์แต่ไม่ค่อยได้ผล และคนเข้าโครงการยังน้อยมาก

“ขอฝาก กนย.ดูเงินสงเคราะห์ไร่ละ 16,000 บาท จูงใจพอหรือเปล่าที่จะช่วยลดปริมาณยาง ถ้ายังไม่จูงใจพอ ต้องไปเพิ่มเงินสงเคราะห์ค่าโค่นยางหนึ่งแถวไปปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดอื่น ฝากเป็นการบ้านไปช่วยคิดด้วยเพื่อจูงใจ เพราะระยะยาวจะได้ช่วยกันแก้ปัญหาทั้งระบบได้” นายจุรินทร์กล่าว
นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า เรื่องที่ 2 นโยบายประกันรายได้ ข้าว ปาล์ม ข้าวโพด มันสำปะหลัง เกษตรกรพอใจ ตอนนี้ราคาข้าวเปลือกเกวียนละ กว่า 10,000 บาท สำหรับประกันรายได้ยางพารา ฝากให้ กนย. เรียกประชุมทั่วประเทศอีกรอบ เกษตรกรที่ตกหล่นตัวเลขอยู่ในมือของตนจำนวนมาก ทั้งบัตรเขียว บัตรสีชมพู แต่บัตรเขียวขณะนี้ได้รับเงินไปเกือบ 100% แล้ว บัตรสีชมพูยังตกหล่น เช่น น่าน 10,000 ราย เชียงรายเกือบ 10,000 ราย และมี 18 จังหวัดที่ยังตกหล่น รวมถึงพังงาด้วย อยากให้เสร็จภายในวันที่ 8 พฤษภาคม ที่ กนย.จะจัดประชุม

นายจุรินทร์กล่าวว่า สำหรับเรื่องที่ 3 เงินเยียวยาเกษตรกร รัฐบาลมีนโยบายให้เงินเยียวยาเกษตรกร เดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน รวม 15,000 บาท เกษตรกรที่อยู่ในโครงการประกันรายได้ที่มีสิทธิได้รับเงินส่วนต่างจะมีสิทธิได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาทด้วย เดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน ขอให้ไปดูทะเบียนอย่าให้ตกค้างด้วย ซึ่งในการประชุม ครม.ที่ผ่านมา นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เน้นย้ำแล้วว่าบัตรสีชมพูควรจะได้รับเงินส่วนต่างด้วย เนื่องจากเป็นเกษตรกรตัวจริงเหมือนกันตามกฏหมาย เพียงแต่เขาไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินขออนุญาตฝากให้เร่งดำเนินการด้วย