นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 ธนาคารปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 7.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 6.8 หมื่นล้านบาท เป็นการเติบโตจากมาตรการเศรษฐกิจทางด้านอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล ทั้งมาตรการสินเชื่อผ่อนปรน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ที่มีการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอน และค่าธรรมเนียมการจดจำนอง รวมถึงมาตรการสินเชื่อบ้านประชารัฐ จากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว ทำให้การปล่อยสินเชื่อของธนาคารเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ
นายฉัตรชัยกล่าวว่า หากเป็นช่วงเวลาปกติ ธอส.ปล่อยสินเชื่อเดือนละ 1.2-1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2559 ปล่อยสินเชื่อได้ 1.2 หมื่นล้านบาท เดือนมีนาคมปล่อยสินเชื่อได้ 1.6 หมื่นล้านบาท และปล่อยสินเชื่อสูงสุดในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นเดือนที่มาตรการลดค่าจดจำนองและการโอนจะหมดลง ยอดปล่อยสินเชื่อได้ถึง 1.8 หมื่นล้านบาท หลังจากนั้นก็ปรับลดลงเหลือ 8 พันล้านบาทในเดือนพฤษภาคม
“ในช่วงครึ่งปีแรกหากไม่มีมาตรการกระตุ้นของรัฐบาล สินเชื่อภาคอสังหาฯ คงชะลอตัว แต่เมื่อรัฐบาลมีมาตรการออกมา สร้างบรรยากาศเอื้อต่อการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ในส่วนของกำไรสุทธินั้น จากการประมาณการยังคงเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และทั้งปีจะมีกำไรสุทธิประมาณ 9.5 พันล้านบาท” นายฉัตรชัยกล่าว
นายฉัตรชัยกล่าวต่อว่า สำหรับครึ่งปีหลังของปี 2559 ประเมินว่าสินเชื่อยังคงเติบโตต่อเนื่อง และทั้งปีสินเชื่อน่าจะปล่อยได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1.7 แสนบ้านบาท โดยมาจากมาตรการบ้านประชารัฐ มีวงเงินปล่อยกู้ 2 หมื่นล้านบาท ในเวลา 2 ปี คาดว่าจะปล่อยกู้ได้ปีละ 1 หมื่นล้านบาท และล่าสุดธนาคารยังได้ออกโครงการบ้าน ธอส.เพื่อข้าราชการวงเงิน 3 หมื่นล้านบาท

