‘กรมชลฯ’ คาด 6 เดือนข้างหน้า 3 เขื่อนเสี่ยงน้ำน้อยกว่า 31% 

‘กรมชลฯ’ คาด 6 เดือนข้างหน้า 3 เขื่อนเสี่ยงน้ำน้อยกว่า 31%

นายยทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ช่วง 6 เดือน ระหว่างเดือนพฤษภา​คม-ตุลาคม 2563 กรมชลประทานประเมินจะเกิดสถานการณ์ลานีญาอ่อน ๆ หรือ ปริมาณฝนตกชุกในบางพื้นที่ แม้กรมอุตุนิยมวิทยา จะประเมินปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยทั่วประเทศจะต่ำกว่าค่าปกติ 5% โดยคาดว่า ตลอดฤดูฝนปีนี้จะมีปริมาณน้ำต้นทุนในวันที่ 1 พฤศจิกายน​ 2563 ปริมาณมากกว่าปีก่อนหน้า 3,500-5,000 ล้านลูกบาศก์เมตร​ (ลบ.ม.)​

ทั้งนี้ คาดว่าฝนปี 2563 จะคล้ายปี 2538 ที่มีฝนตกทางตอนบนค่อนข้างมาก กรมชลประทานได้เตรียมแผนการบริหารจัดการน้ำหากมีฝนตกในพื้นที่ตามการคาดการณ์ของกรมอุตุฯ ดังนี้ คือเดือนพฤษภา​คม จะมีปริมาณฝนปกติ ในเดือน มิถุนายน​ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกและตะวันตก ปริมาณฝนปกติ ภาคอีสานและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ฝนต่ำกว่า ค่าปกติ ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล ฝนตกสูงกว่าค่าปกติ ส่วนเดือนกรกฎา​คม ปริมาณฝนต่ำกว่าปกติและหลังจากนั้นปริมาณฝนก็ต่ำกว่าค่าปกติไปจนถึงสูงกว่าค่าปกติกระจายในทุกภาค

นายทวีศักดิ์​ กล่าวว่า ในวันที่ 1 พฤศจิกายน​ 2563 จะมีเขื่อนเก็บน้ำที่มีน้ำน้อย 31-50% จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ เขื่อนเก็บน้ำลำนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เขื่อนเก็บน้ำลำแชะ จังหวัดนครราชสีมา และเขื่อนเก็บน้ำแม่กวง จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น มีระดับน้ำต่ำว่าระดับควบคุมตอนบน (Upper Rule Curve) แต่คาดว่า เมื่อผ่านฤดูฝนนี้ไปเขื่อนอุบลรัตน์จะกลับมามีปริมาณน้ำกว่า 80% ของความจุเขื่อนฯ

“ก่อนหน้านี้มีความกังวลว่า ไทยจะประสบปัญหาภัยแล้งทั้งปีแต่ตอนนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว รวมถึงจากการคาดการณ์ของกรมอุตุฯ คาดว่าในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน จะมีปรากฏการณ์ลานีญา ซึ่งจะช่วยให้คลี่คลายภัยแล้ง ได้ในระดับหนึ่งแต่ประชาชนยังต้องช่วยกันประหยัดน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค โดยหาภาชนะมาเก็บกักน้ำฝนไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง อาทิ ถังน้ำ และโอ่ง เป็นต้น” นายทวีศักดิ์​กล่าว

อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานขอความร่วมมือจากเกษตรกรที่เตรียมทำนาปี ให้รอกรมอุตุฯ ประกาศเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการก่อนจึงค่อยทำการเพาะปลูก เพื่อการทำนาปี ประชาชนใช้น้ำฝน หรือน้ำที่อยู่ในแม่น้ำลำคลองมาใช้ให้มากที่สุดเพื่อเก็บน้ำฝนที่ไหลลงอ่างเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งต่อไป มีเพียงในเขตชลประทานในบางพื้นที่ ได้แก่ เขตที่ใช้น้ำจากเขื่อนลำปาว เขื่อนน้ำอูน เขื่อนแม่กวง เขื่อนสิรินธร เป็นต้น ที่สามารถทำนาปีได้โดยไม่ต้องรอกรมอุตุฯ ประกาศเข้าฤดูฝน เพราะน้ำต้นทุนและฝนที่ตกลงมาเติมสามารถสนับสนุนการเพาะปลูกข้าวได้เลย

สำหรับ การคาดการณ์ปริมาณน้ำในอ่าง ในช่วง 6 เดือนถึง 1 พฤศจิกายน​ 2563 กรมชลประทานคาดการณ์จากแบบจำลองสถานการณ์น้ำ กรณีประกอบด้วย 1. น้ำมากกว่าค่าปกติ หรือค่าเฉลี่ยจะมีปริมาตรน้ำอยู่ที่ 60,781 ล้าน ลบ.ม. หรือ 86% ของความจุ จะมีน้ำใช้การได้ 37,239 ล้าน ลบ.ม. หรือ 79% ของความจุ 2.น้ำใกล้เคียงค่าเฉลี่ยจะมีปริมาตรน้ำอยู่ที่ 52,452 ล้าน ลบ.ม.หรือ 74% ของความจุ จะมีน้ำใช้การได้ 28,910 ล้าน ลบ.ม. หรือ 61% ของความจุ 3.น้ำน้อยจะมีปริมาตรน้ำอยู่ที่ 36,794 ล้าน ลบ.ม.หรือ 52% ของความจุ จะมีน้ำใช้การได้ 13,252 ล้าน ลบ.ม. หรือ 28% ของความจุ 4. ปริมาณน้ำใกล้เคียงค่าเฉลี่ยปี 2538 ค่าเฉลี่ยจะมีปริมาตรน้ำอยู่ที่ 55,905 ล้าน ลบ.ม. หรือ 79% ของความจุ จะมีน้ำใช้การได้ 32,363 ล้าน ลบ.ม.หรือ 68% ของความจุ และ 5.ปริมาณน้ำน้อยกว่าค่าเฉลี่ย 5% ตามที่อุตุฯคาดการณ์ไว้ จะมีปริมาตรน้ำอยู่ที่ 50,946 ล้าน ลบ.ม. หรือ 72% ของความจุ จะมีน้ำใช้การได้ 27,403 ล้าน ลบ.ม. หรือ 58% ของความจุ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon