นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระบบหลังคา ไม้สังเคราะห์ แผ่นบอร์ด ยิปซัม อิฐมวลเบาคานทับหลังเคาน์เตอร์มวลเบาสำเร็จรูปและบริการหลังการขายภายใต้ตราสินค้า ‘ตราเพชร’ เปิดเผยผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/63 (มกราคม-มีนาคม 2563) บริษัททำกำไรสุทธิจากการดำเนินงานได้ 168.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.56% เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิจากการดำเนินงานช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 165.62 ล้านบาท (ไม่รวมกำไรจากการขายที่ดินที่ไม่ใช้ประโยชน์) แม้มีปัจจัยลบจาก COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้รายได้จากการขายสินค้าและบริการในไตรมาสนี้อยู่ที่ 1,233.51 ล้านบาท ลดลง 7.20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีรายได้จากการขายและการบริการ 1,329.18 ล้านบาท
ทั้งนี้ กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นมาจากการบริหารต้นทุนการผลิตสินค้าต่อหน่วยอยู่ในระดับต่ำ โดยสามารถรักษาอัตราการเดินเครื่องจักรผลิตสินค้าเฉลี่ยมากกว่า 90% ของกำลังการผลิตรวมและบริหาร Product Mix หรือสัดส่วนการขายสินค้าได้ดีช่วยสนับสนุนอัตราการทำกำไรขั้นต้นได้ตามแผนงานประกอบกับ DRT มีจุดแข็งด้านช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลาย โดยร้านค้าตัวแทนจำหน่ายรายย่อยและตลาดส่งออกที่มีสัดส่วนรวมกัน 70% ของรายได้ทั้งหมด ยังทำยอดขายไตรมาสแรกที่ผ่านมาเป็นที่น่าพอใจ
“แม้ไตรมาสแรกปีนี้มีวิกฤต COVID-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรง แต่เรายังสามารถผลักดันการเติบโตของกำไรสุทธิได้เนื่องจากจุดแข็งของ DRT ที่มีการผลิตด้วยต้นทุนต่อหน่วยที่ต่ำ การบริหารสัดส่วนการขายสินค้าแต่ละประเภทได้ดีช่วยสนับสนุนการทำกำไรขั้นต้นได้ตามเป้า” นายสาธิตกล่าว
นายสาธิตกล่าวว่า ส่วนภาพรวมการดำเนินงานไตรมาส 2/63 ต้องติดตามสถานการณ์กำลังซื้อและบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด หากภาครัฐควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้ดีและเริ่มผ่อนคลายการล็อคดาวน์ธุรกิจบางประเภททยอยกลับมาเปิดดำเนินการได้บางส่วน โดยเฉพาะการเปิดบริการห้างค้าปลีกวัสดุก่อสร้างสมัยใหม่ จะส่งผลดีต่อยอดขายจากช่องทางจำหน่ายดังกล่าวฟื้นตัว ซึ่ง DRT ได้เตรียมสต๊อกสินค้าไว้รองรับอย่างเพียงพอ
ขณะที่ช่องทางขายผ่านร้านค้าตัวแทนจำหน่ายรายย่อยและตลาดส่งออกในไตรมาสนี้ ยังมีแนวโน้มทำยอดขายอยู่ในเกณฑ์ที่ดีต่อเนื่อง จากความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างเพื่อการปรับปรุงและซ่อมแซ่มบ้านรวมถึงดีมานด์จากกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านที่เริ่มฟื้นตัวยกเว้นช่องทางลูกค้าโครงการที่ยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน

