หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘ไอลิ้งค์’ เผ...

‘ไอลิ้งค์’ เผยรายได้ Q1/63 รวม 1,349 ลบ. ฟันกำไร 77 ลบ. เพิ่มขึ้น 57%

15.05.20 | 01:15 น.

นายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือไอลิ้งค์ ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสายสัญญาณที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน เปิดเผยว่า สำหรับผลการดำเนินงานงวดสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2563 นั้น กลุ่มบริษัทอินเตอร์ลิ้งค์มีรายได้รวมจำนวน 1,349 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16%  เมื่อเปรียบเทียบจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57% มั่นใจรายได้ปีนี้เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ 5,950 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 5%

นายสมบัติ กล่าวว่า สัดส่วนรายได้ที่ตั้งเป้าไว้ ประกอบด้วย ธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณ อยู่ที่ 2,340 ล้านบาท ธุรกิจโทรคมนาคม อยู่ที่ 2,396 ล้านบาท และธุรกิจวิศวกรรมโครงการพิเศษ อยู่ที่ 1,214 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี (2563-2567) บริษัทได้ปรับสัดส่วนรายได้ของธุรกิจที่มีอัตรากำไรที่ดีเพิ่มขึ้น โดยไม่เน้นการเติบโตของรายได้ มุ่งเน้นการทำกำไรสุทธิของกลุ่มบริษัท นอกจากนี้ จากการที่คณะกรรมการบริษัทมีมติให้ซื้อหุ้นของบริษัทคืนในจำนวนไม่เกิน 40 ล้านหุ้น ส่งผลให้ราคาซื้อขายหุ้นปรับตัวสูงขึ้นอีกด้วย ในขณะที่ประเทศไทยและทั่วโลกต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตไวรัสโควิด-19 แต่ในภาพรวมการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทอินเตอร์ลิ้งค์ ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด ทำให้มั่นใจได้ว่าแนวโน้มรายได้ในปี 2563 จะเป็นไปตามเป้าแน่นอน

สำหรับธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณ ไตรมาสแรกมีรายได้รวมอยู่ที่ 540 ล้านบาท มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 30 ล้านบาท โดยภาพรวมการดำเนินธุรกิจดีขึ้นอย่างต่อเนื่องท่ามกลางสถานการณ์ต่างๆ ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก ธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณได้รับปัจจัยบวกจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีความจำเป็นต้องสื่อสารผ่านทางออนไลน์มากขึ้น แม้สถานการณ์วิกฤตนี้จะผ่านพ้นไปแล้ว แต่จะช่วยให้คนคุ้นชินกับเทคโนโลยี กลายเป็นความปกติแบบใหม่ในสังคม (นิวนอร์มอล) หลังจบโควิด-19 โดยกิจกรรมการสื่อสารออนไลน์ล้วนต้องอาศัยการส่งข้อมูลผ่านสายสัญญาณ และอุปกรณ์ส่งสัญญาณ เพื่อส่งผ่านไปยังอุปกรณ์ไวไฟ ซึ่งเป็นสินค้าหลักของธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณ พร้อมชูแคมเปญคุณสั่ง เราส่ง และปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดกิจกรรมทั้งหมดผ่านรูปแบบออนไลน์เพื่อกระตุ้นยอดขาย ดังนั้นในสถานการณ์ที่มีวิกฤตไวรัสโควิด-19 จึงไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณ

สำหรับธุรกิจโทรคมนาคม ยังคงการเติบโตที่โดดเด่น ไตรมาสแรกมีรายได้รวมอยู่ที่ 455 ล้านบาท มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 40 ล้านบาท ซึ่งมีรายได้หลักมาจากงานบริการโครงข่ายซึ่งถือเป็นรายได้หลักอยู่ที่ 267 ล้านบาท เป็นผลจากการเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการอินเตอร์เน็ตในพื้นที่ห่างไกล (ยูโซ่ เฟส 2) ที่เริ่มเปิดให้บริการในไตรมาสนี้ ในขณะเดียวกันโครงข่ายของบริษัทฯ เป็นที่รู้จักและได้รับความไว้วางใจด้วยคุณภาพของการให้บริการ จึงทำให้บริษัทฯสามารถขยายฐานลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทยังชนะการประมูลประกวดราคาบริการระบบเครือข่ายเสมือนและระบบแจ้งเตือนข้อความสั้น (เอสเอ็มเอส) ของการประปาส่วนภูมิภาค มูลค่าโครงการรวม 17.12 ล้านบาท ทำให้จะมีการรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง มาเสริมรายได้ของธุรกิจโทรคมนาคมอีกด้วย

ขณะที่ ธุรกิจวิศวกรรมโครงการพิเศษ ไตรมาสแรกมีรายได้รวมอยู่ที่ 344 ล้านบาท ซึ่งได้ดำเนินการตามแผนปรับลดสัดส่วนรายได้ของธุรกิจวิศวกรรมจาก 20% เหลือเพียง 5% มุ่งเน้นเฉพาะงานที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญเท่านั้น ตั้งแต่ต้นปี 2563 ถึงปัจจุบัน บริษัทได้งานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) 3 งานด้วยกัน มูลค่ารวมกว่า 323.48 ล้านบาท โดยทั้ง 3 งานลงนามสัญญาจ้างเรียบร้อยแล้ว

Advertisement

นอกจากนี้ งานโครงการ CC3 อาคาร SAT-1 ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ปัจจุบันมีความคืบหน้าไปมากกว่า 80% และรถไฟ APM ก็มีแผนที่จะทยอยนำส่งในไม่ช้า สำหรับแบ็กล็อกยังเหลือรับรู้รายได้อีกกว่า 1,442 ล้านบาท ซึ่งคาดการณ์จะรับรู้รายได้ในปี 2563 จำนวน 1,214 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับสัดส่วนของเป้าหมายรายได้ ส่งผลให้รายได้ของธุรกิจวิศวกรรมโครงการพิเศษในปี 2563 เป็นไปตามเป้าอย่างแน่นอน