เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่านายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รับรายงานจากคณะกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันปี 2562-2563 ได้พิจารณาราคาตลาดอ้างอิงเฉลี่ยประจำวันที่ 28 มีนาคม- 11 พฤษภาคม 2563 สำหรับผลปาล์มทะลายคุณภาพน้ำมัน 18% อยู่ที่กิโลกรัมละ 3.03 บาท ดังนั้น ตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรของรัฐบาลราคาเป้าหมายประกันรายได้อยู่ที่กิโลกรัมละ 4 บาท ทำให้กระทรวงพาณิชย์ต้องได้จ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มรอบนี้ที่กิโลกรัมละ 97 สตางค์และจ่ายเงินเข้าบัญชีเกษตรกรผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ในวันพรุ่งนี้ (15 พฤษภาคม 2563 )
ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การเคาะจ่ายชดเชยประกันรายได้ชาวสวนปาล์มงวดที่ 6ในครั้งนี้เป็นการจ่ายเงินตามโครงการของรัฐหลังจากที่ไม่ได้จ่ายติดต่อกันมา 3 งวดเนื่องจาก 3 งวดที่ผ่านมาราคาปาล์มสูงเกินเป้าหมายราคาประกันรายได้แต่ในรอบนี้ ราคาต่ำกว่าที่ประกันรายได้เอาไว้ทำให้โครงการได้ดูแลเกษตรกรด้วยการจ่ายเงินชดเชย อย่างไรก็ตามสำหรับรอบนี้ส่วนต่างอยู่ที่ 97 สตางค์ (0.97บาท)นั้นเกษตรกรจะได้รับเงินจากสูตรการคำนวณรายละไม่เกิน 25 ไร่ x 363.25 กก.จะเท่ากับได้รับเงินส่วนต่างไม่เกิน 8,808.8 บา ท /ต่อราย ดังนั้นเกษตรกรชาวสวนปาล์มรอรับเงินส่วนต่างวันพรุ่งนี้ ซึ่งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจะเป็นผู้โอนจ่ายเงิน
สำหรับปัจจุบันราคาผลปาล์มตกลงมาเล็กน้อยช่วงนี้ แต่อย่างน้อยมีหลักประกันด้วยโครงการประกันรายได้เกษตรกร ซึ่งนายจุรินทร์ได้แถลงนโยบายไว้ต่อรัฐสภาตั้งแต่รับตำแหน่งจนมาบัดนี้ก็สามารถช่วยเกษตรกรได้อย่างต่อเนื่องเพราะโครงการประกันรายได้พืช 5 ชนิดทั้งข้าว ปาล์ม ยางพารา ข้าวโพด และมันสำปะหลัง ช่วยให้เกษตรกรมีหลักประกันรายได้และบรรเทาความเดือดร้อนตลอดโครงการ และที่สำคัญเกษตรกรได้รับเงินโดยตรงผ่าน ธ.ก.ส. เข้าบัญชีเกษตรกรตรงอย่างรัดกุม การประกันรายได้สินค้าเกษตร 5 ชนิดนั้น สำหรับเกษตรกรยางพาราจำนวนทั้งสิ้น 1.7 ล้านราย เกษตรกรผู้ปลูกข้าว จำนวน 4.31 ล้านราย เกษตรกรชาวสวนปาล์มกว่า 3 แสนราย เกษตรกรมันสำปะหลังจำนวนผู้มีสิทธิกว่า 5.2 แสนราย และเกษตรกรข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จำนวนกว่า 4.5 แสนราย ที่รัฐบาลได้ดูแล

