หน้าแรก เศรษฐกิจ พิษโควิด กระท...

พิษโควิด กระทบเป้าเปิดเสรีการค้า”เอฟทีเอไทย-ตรุกี”ต้องเลื่อนอีก1ปี

14.05.20 | 14:18 น.

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังร่วมประชุมทางไกล กับนางบาฮัร กึซเลอ รองอธิบดีกรมความตกลงระหว่างประเทศและกิจการสหภาพยุโรป หัวหน้าคณะผู้แทนตุรกี ในการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย – ตุรกี ว่า 2 ฝ่ายหารือเรื่องการปรับแผนการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรีระหว่างกัน หลังจากก่อนหน้านี้ คณะผู้แทนไทยไม่สามารถเดินทางเข้าร่วมการประชุมเจรจาฯ รอบที่ 7 ซึ่งตุรกีกำหนดจัดขึ้นเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เนื่องจากอยู่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

นางอรมน กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงปรับแผนการเจรจาเอฟทีเอเป็นการประชุมผ่านระบบทางไกล เพื่อยกร่างข้อบทความตกลงที่ยังค้างอยู่ 11 ข้อบท เช่น กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช มาตรการเยียวยาทางการค้า เป็นต้น เพื่อให้การเจรจาคืบหน้าต่อไปได้ในช่วงที่ทุกประเทศจำกัดการเดินทางและรักษาระยะห่างทางสังคมจากสถานการณ์โควิด-19
” การปรับแผนดังกล่าวอาจส่งผลต่อการดำเนินการเจรจา ที่ประชุมจึงตกลงขยายเวลาสรุปผลการเจรจากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ปี 2563 เป็นปี 2564 “นางอรมน กล่าว

นางอรมน กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ขอให้แต่ละฝ่ายพิจารณาปรับปรุงข้อเสนอการเปิดตลาดสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่มีศักยภาพส่งออก เพื่อตอบสนองข้อเรียกร้องของแต่ละฝ่ายมากขึ้น และเพื่อให้การลดหรือยกเลิกภาษีส่งผลให้มูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศเพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ตุรกีเป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจ เนื่องจากไทยสามารถใช้ตุรกีเป็นประตูการค้าไปสู่ยุโรป แอฟริกา และตะวันออกกลางได้ นอกจากนี้ ยังเป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง รองจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย และกาตาร์ โดยในปี 2562 การค้าระหว่างไทยกับตุรกี มีมูลค่า 1,487 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการส่งออกจากไทยไปตุรกี มูลค่า 886 ล้านเหรียญสหรัฐ มีสินค้าส่งออกที่สำคัญ เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ยางพารา เครื่องปรับอากาศ เส้นใยประดิษฐ์ ผลิตภัณฑ์ยาง เป็นต้น และเป็นการนำเข้าจากตุรกี มูลค่า 601 ล้านเหรียญสหรัฐ มีสินค้านำเข้าที่สำคัญ เช่น น้ำมันดิบ รถไฟ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ และเสื้อผ้าสำเร็จรูป เป็นต้น