นางสาวกฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ ILM เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส1/2563 มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 2,211 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 118 ล้านบาท ลดลง 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนเนื่องจากการปิดสาขาส่วนใหญ่ของอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ เป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2563 ตามคำสั่งของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดต่างๆ เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของ COVID-19
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่หลายบริษัทดำเนินมาตรการ Work From Home (WFH) เพื่อเพิ่มระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้า โดยพบว่าผู้บริโภคเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าหมวดโต๊ะเก้าอี้สำนักงาน (Home Office) และหมวดของใช้ของตกแต่งบ้าน (Home decoration) โดยบริษัทฯ ได้ขยายความร่วมมือกับ Market Place เช่น Lazada, Shopee, และ JD Central รวมถึงจัดโปรโมชั่นพิเศษ พร้อมส่งสินค้าฟรีทั่วประเทศ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้บริโภค ส่งผลให้ยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ไตรมาสแรกที่ผ่านมามีอัตราเติบโตสูงถึง 150% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และบริษัทฯ เชื่อมั่นว่ายอดขายผ่านช่องทางออนไลน์จะสามารถเติบโตต่อไปได้อย่างต่อเนื่องในอนาคตขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 45.9% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 43.8%เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมของสินค้า (Product Mix) นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการลงทุนในเครื่องจักรที่ยังไม่เริ่มใช้อีกประมาณ 70 ล้านบาท
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2563 จึงมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.46 บาท โดยเตรียมเสนอขออนุมัติต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2563 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 17 กรกฎาคม 2563
นางสาวกฤษชนก กล่าวถึงทิศทางไตรมาส 2/2563 ว่าเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯคาดว่าจะสามารถทยอยเปิดสาขาต่างๆได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆหลังหน่วยงานภาครัฐเริ่มมีมาตรการผ่อนปรนตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะเดียวกันได้มุ่งเน้นการเพิ่มประเภทสินค้าใหม่ๆ (Product Range) สำหรับช่องทางออนไลน์ รวมถึงงานโปรเจ็คที่อยู่อาศัยยังคงเติบโตดีอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เร่งดำเนินงานก่อสร้างให้แล้วเสร็จเพื่อส่งมอบโครงการให้ลูกค้าได้ทันตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ พร้อมกันนี้บริษัทฯ มีแผนปรับปรุงสาขาเพื่อเพิ่มพื้นที่ขายสินค้าผลิตภัณฑ์ที่มียอดขายและอัตรากำไรที่สูงขึ้นทดแทนการขยายสาขาที่จะชะลอออกไปก่อนในปีนี้ โดยการปรับปรุงสาขา ใช้กระแสเงินสดจำนวนไม่มากแต่จะสามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างคุ้มค่า โดยก่อนหน้านี้บริษัทฯ ได้ปรับปรุงอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ไปแล้ว 3 สาขา ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี นอกจากนี้บริษัทฯ ยังคงมีแผนขยายสาขาแฟรนไชส์ในต่างประเทศอย่างต่อเนื่องในปีนี้ อาทิ เวียดนาม และเมียนมาร์เป็นต้น
นางสาวกฤษชนก กล่าวว่า ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เตรียมแผนรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ไว้อย่างรอบด้านแล้ว เช่น การลดค่าใช้จ่าย การชะลอการใช้จ่ายเงินและการลงทุนขนาดใหญ่เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงิน แผนการรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลง รวมถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุดสำหรับทั้งลูกค้าและพนักงาน หลังภาครัฐเริ่มมีมาตรการผ่อนปรนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่มีทิศทางที่ดีขึ้น ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถเริ่มทยอยเปิดสาขาต่างๆ ได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยบริษัทฯ มีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้เหมือนที่เคยผ่านมาได้ในทุกครั้ง และสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างแข็งแรงอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป

