หน้าแรก เศรษฐกิจ EA รายได้พุ่ง...

EA รายได้พุ่งเกินคาด 54% กำไร Q1 แตะ 1,452 ล้าน ตั้งบริษัทใหม่ลงทุนธุรกิจไฟฟ้าขยะ

15.05.20 | 11:48 น.

นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทพลังงานบริสุทธิ์จำกัด (มหาชน) หรือ EA เปิดเผยภาพรวมผลการดำเนินงานในงวดไตรมาส1/2563 (สิ้นสุดณวันที่ 31 มีนาคม 2563) ว่ามีรายได้รวม 4,761 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54% จากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวมเท่ากับ 3,088 ล้านบาท มีกำไรสุทธิในส่วนของบริษัทอยู่ที่ 1,452 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,211 ล้านบาท

นายอมร กล่าวว่า ปัจจัยที่สนับสนุนให้มีรายได้และกำไรเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น ประการแรกคือ การรับรู้รายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และลมซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตรวม 664 เมกะวัตต์ โดยในไตรมาส 1/2563 หน่วยการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานลมเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ผลจากโครงการหนุมาน โรงไฟฟ้าพลังงานลมขนาด 260 เมกะวัตต์ ที่จังหวัดชัยภูมิ เริ่มทยอยผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ในช่วงไตรมาสที่ 1-2 ของปีก่อน เมื่อเปรียบเทียบกับปีนี้ ที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้เต็มกำลังตลอดไตรมาส จึงสามารถผลิตไฟฟ้าได้สูงขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนถึง 362% ประกอบกับโครงการหาดกังหัน โรงไฟฟ้าพลังงานลมขนาด 126 เมกะวัตต์ ที่จังหวัดสงขลาและนครศรีธรรมราชสามารถผลิตไฟฟ้าได้สูงขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนถึง 14% จากการที่พื้นที่ดังกล่าวมีกระแสลมแรงตลอดไตรมาสที่ผ่านมา ส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 4 แห่ง มีกำลังการผลิตรวมกัน 278 เมกะวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ใกล้เคียงกับงวดเดียวกันของปีก่อน

ประการที่สอง รายได้จากธุรกิจไบโอดีเซลมีการเติบโตที่สูงขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนถึง 120% อันเป็นผลมาจากราคาขายน้ำมันไบโอดีเซลที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันปาล์มดิบที่เป็นวัตถุดิบหลักที่ปรับตัวสูงขึ้นเนื่องมาจากการที่ภาครัฐส่งเสริมการใช้น้ำมัน B10 เป็นดีเซลพื้นฐานของประเทศตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา ทำให้เกิดความต้องการเพิ่มขึ้น ประกอบกับต้องมีการปรับคุณสมบัติของ B100 เพื่อให้นำไปใช้เป็น B10 ได้ จึงทำให้ราคาขายขยับสูงขึ้น

“ภาพรวมของผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปีนี้เติบโตได้สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ แม้ว่าในปลายไตรมาสจะเริ่มมีสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งนี้คาดว่าตั้งแต่ไตรมาส 2/63 ผลการดำเนินงานจากสายธุรกิจไบโอดีเซลจะมีแนวโน้มที่ลดลงจากปริมาณการจำหน่ายที่แปรตามการเดินทางที่ลดลงจากมาตรการของภาครัฐเพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาด ส่วนการเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สารเปลี่ยนสถานะ หรือ Bio-PCM จะมีสัญญาณที่ดี คาดว่าจะเริ่มผลิตและจำหน่ายในช่วงกลางปีอย่างไรก็ตาม ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าจำเป็นต้องเลื่อนการผลิตและส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า MINE SPA1 เนื่องจากลูกค้าหลักซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถยนต์สาธารณะในบริเวณโดยรอบสนามบินสุวรรณภูมิได้รับผลกระทบ จึงมีการปรับเลื่อนระยะเวลาการผลิตและส่งมอบออกไปเป็นช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2563 ถึงไตรมาสที่ 4 ปี 2564 ส่วนธุรกิจผลิตไฟฟ้าไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 แต่อย่างใด”

นายอมร กล่าวว่า ทั้งนี้ บริษัทฯยังคงมองหาโอกาสการลงทุนทั้งในและต่างประเทศโดยเริ่มเน้นศึกษาโครงการ Biomass และBiogas มากขึ้น และเพื่อรองรับการขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้อง บริษัทฯได้จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่อีก 2 แห่งประกอบด้วยบริษัทอีเอเวสท์แมเนจเม้นท์จำกัด (EA Waste Management Co., Ltd.) หรือ EWM เพื่อดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการลงทุนในสินทรัพย์ของบริษัทในกลุ่มที่ดำเนินงานเกี่ยวกับการกำจัดขยะรวมถึงการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าที่ผลิตจากขยะ และบริษัทแอ๊บโซลูทแอสเซมบลีจำกัด (Absolute Assembly Co., Ltd.) หรือ AAB เพื่อดำเนินธุรกิจในการผลิต ประกอบยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงจำหน่ายและให้บริการเกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภทซึ่งจะได้เปิดเผยความคืบหน้าต่างๆ ให้ทราบต่อไป

Advertisement