“วีรศักดิ์”กระตุ้นธุรกิจใช้ นิวนอร์มอล สร้างรายได้ผ่านอีคอมเมิร์ช

15.05.20 | 16:17 น.

นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เร่งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางสร้างความร่วมมือในการพัฒนาธุรกิจอี-คอมเมิร์ซของไทย ที่คาดว่าหลังการระบาดโควิด-19 บรรเทาเบาบางลง ผู้คนทั่วทุกมุมโลกจะดำเนินชีวิตในรูปแบบวิถีใหม่ โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับโมเดลธุรกิจแบบใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่จะมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ทำธุรกรรมผ่านระบบเทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น รวมทั้ง การซื้อสินค้าจะใช้ช่องทางอี-คอมเมิร์ซมากขึ้น ดังนั้น การบูรณาการความร่วมมือกับตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ จะช่วยให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายได้รับประโยชน์ทั้ง 2 ด้าน

นายวีรศักดิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นให้ 3 แนวทางการขับเคลื่อนผู้ประกอบการชุมชนในการใช้ช่องทางอีคอมเมิร์ซ เพื่อทำตลาดและกระจายสินค้า ประกอบด้วย 1.การพัฒนาผู้ประกอบการให้มีองค์ความรู้ผ่านการจัดอบรมและบ่มเพาะเชิงลึก โดยการนำจุดเด่นของสินค้าซึ่งผู้ประกอบการมีอยู่แล้วมาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวเพื่อดึงดูดความสนใจ ของผู้บริโภค เพื่อเพิ่มช่องทางการขายออนไลน์ รวมถึงร่วมมือกับแพลตฟอร์มชั้นนำในการช่วยส่งเสริมพัฒนาผู้ประกอบการ โดยปี 2563 กรมพัฒนาธุรกิจการค้าตั้งเป้าหมายการพัฒนาผู้ประกอบการชุมชนกว่า 10,000 ราย

นายวีรศักดิ์ กล่าวว่า 2. สร้างบรรยากาศการซื้อขายผ่านอี-คอมเมิร์ซ ด้วยการกระตุ้นให้ผู้ซื้อและผู้ขายสินค้าออนไลน์ตระหนักถึง การมีตัวตนและความน่าเชื่อถือของร้านค้า ผ่านการขอรับเครื่องหมายรับรองตัวตน DBD Registered และเครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ DBD Verified จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะช่วยให้เกิดความเชื่อมั่นในการซื้อขายออนไลน์ก่อให้ธุรกิจเกิดความเติบโตอย่างยั่งยืน
และ 3. การจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อเป็นการส่งเสริมการค้าออนไลน์ อาทิ การจัดงาน Thailand Online Mega Sale, DBD Boost up Online, Thailand e-commerce Hackathon ฯลฯ เป็นต้น และยังเน้นส่งเสริมผู้ประกอบการในภาคเกษตรให้สามารถขายสินค้าออนไลน์ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ผ่านการจัดกิจกรรม Thai fruits golden months ซึ่งงานดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นยอดขายของผู้ประกอบการ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในตลาดออนไลน์ โดยทั้ง 3 แนวทางที่กล่าวมาคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้มากถึง 1,100 ล้านบาท

นอกจากนี้ หัวใจสำคัญของแนวทางการขับเคลื่อนฯ คือ การคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายและการพัฒนาให้ตรงจุดอย่างยั่งยืน ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จะร่วมมือกันกำหนดคุณสมบัติพื้นฐานในการประกอบธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ อย่างยั่งยืน รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรการส่งเสริมผู้ประกอบการซึ่งจะเน้นเรื่องการเขียนเรื่องราวให้กับผู้ประกอบการ (Story Telling) รวมถึงการปรับรูปแบบการสอนให้ผู้ประกอบการสามารถใช้ Smart Phone ในการเปิดร้านค้าและการบริหารจัดการร้านค้าออนไลน์ (M-Commerce) ได้”

” คาดหวังว่าจะช่วยแก้ไขปัญหาและเพิ่มความมั่นใจให้ผู้บริโภคสามารถจับจ่ายซื้อสินค้าทางออนไลน์ได้อย่างไร้กังวล รวมถึงการสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการร้านค้าออนไลน์เห็นถึงความสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือ โดยการขอรับเครื่องหมาย DBD Registered และ DBD Verified จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามากขึ้น ใช้อี-คอมเมิร์ซสร้างรายได้ เป็นช่องทางการขยายตลาดต่างประเทศ และตั้งเป้าผลักดันยอดขายผ่านอีคอมเมิร์ชให้เพิ่มขึ้น 1 เท่าตัว ภายใน 5 ปี คาดว่าปี2564 อี-คอมเมิร์ซไทยจะมีมูลค่า 5 ล้านล้านบาท ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งค้าขายออนไลน์อาเซียน” นายวีรศักดิ์ กล่าว

Advertisement